ฝ่าฝน ลุยหมอก หยุดชีวิตให้ช้ากว่าเต่า ณ ปิล็อก ทองผาภูมิ ( ฉบับคนไม่มีรถ)

 

ขณะที่หยุด มีบางอย่างที่เติบโต

ถ้าชีวิตมันเร็วเกินไปก็แค่ทำให้ชีวิตมันช้าลง

ถ้าชีวิตมันวุ่นวายเกินไปก็แค่ทำให้เงียบลง

เราเชื่อว่าเมื่อเราช้าลงเราจะเห็นรายละเอียดรอบตัวชัดขึ้น

บอกลาความเร็ว ความวุ่นวาย ห่างกับกรุงเทพสักหน่อยไปสัมผัสอากาศดีดีที่ปิล็อก พักผ่อนให้เต็มที่ใช้ชีวิตให้ช้าๆ ตื่นมาแค่ตักบาตรตอนเช้า เดินตลาดพม่า เขียนป้ายไม้ แขวนบนสะพานปิล็อกกินกาแฟ แกล้มหมอก มองดูเม็ดฝน เกล็ดน้ำค้าง จ้องตาปลาคาร์ฟ เขียนโปสการ์ดถึงคนที่คิดถึง เปลี่ยนจากภาษาคนมาคุยกับหมาเล่นกับแมว  ปิล็อก ใกล้แค่กาญจนบุรี แต่สุนทรีย์มากกว่ากัลลลลล ถ้าพร้อมแล้วกำแบงค์พันไปสักใบแล้วไปเที่ยวปิล็อกกัน เฮ้!


ปิล็อก ? คือที่ไหน ?

สาวกเขาช้างเผือกคงรู้จักหมู่บ้านอิต่อง ต.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ เป็นอย่างดีดี เพราะเป็นจุดเริ่มต้นเดินขึ้นเขาช้างเผือก แต่น้อยคนที่จะแวะพักที่นี่ ส่วนใหญ่มีเป้าหมายไปที่สันคมมีด บนเขาช้างเผือก

ข้อมูลเบื้องต้นของเหมืองปิล็อก ปิล็อก เป็นเหมืองแร่เก่า ผลิตวุลเฟรม ดีบุก ทังสแตน และทองคำ พ.ศ. 2483 องค์การเหมืองแร่ จึงได้จัดตั้งเหมืองแร่แห่งแรกขึ้นในตำบลปิล๊อก หลังจากนั้นก็เปิดให้สัมปทานแก่นักลงทุนเอกชน จนทำให้มีเหมืองแร่เกิดขึ้นมากมายราวดอกเห็ดราวๆ 50-60 แห่ง ทั้งเหมืองขนาดเล็กและใหญ่ รวมถึงเหมืองเถื่อน และการแอบลอบขุดนำไปขายของชาวบ้าน แต่ก็ยังมีชาวพม่าจำนวนหนึ่งเข้ามาขุดแร่เพื่อนำไปขายให้แก่อังกฤษ ซึ่งทำให้ทางการไทยต้องเข้าปราบปราม ต่อสู้กัน จนมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก รวมถึงการขุดอุโมงค์เพื่อเข้าไปหาแร่บนภูเขานั้น มีอันตรายมากมาย ทั้งเกิดอุโมงค์ถล่ม หินถล่ม ไข้ป่า มาเลเรีย ทำให้คนงานเหมืองเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าชื่อเหมืองปิล๊อกนี้ เป็นคำที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “เหมืองผีหลอก” เพราะมีคนตายมากมาย และเมื่อคนงานพม่าเรียกต่อๆ กันไป จึงเพี้ยนเป็น “เหมืองปิล๊อก” ( อ้างอิงข้อมูลจากเวบไซค์ กาญจนบุรี )


กว่าจะถึงปิล็อก

การเดินทางไปปิล็อก ส่วนใหญ่ขับรถกันไปจะสะดวกที่สุดค่ะ แต่ดิฉันเป็นชะนีที่ไม่มีความสามารถในการขับขี่ยานพาหนะทุกชนิด เลยต้องใช้การเดินทางด้วยรถประจำทางค่ะ ( ตอนชวนเพื่อนไปบอกเพื่อนไปว่า ไปกาญกันห่างจากกทม. ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ฮ๋าๆ ไม่ได้หลอกเนอะ แต่ก็ลืมไปว่ามันไกลขนาดนี้ ) การจะไปปิล็อก ด้วยรถประจำทางไม่ยากค่ะ แค่ต้องมีความมาราธอนในการเดินทางเล็กน้อย

step 1 หมอชิต – กาญจนบุรี

แผนแรก นั่งรถบัส หมอชิต – สังขละ ตอนรอบตีห้า แต่คุณคะ รถบัส หมอชิต – สังขละ เหลือรอบ 6.30 รอบเดียวแล้วนะคะ รอบตีห้าไม่มีวิ่งแล้ว (เจ้าหน้าที่บอกไม่วิ่งนานแล้วนะจ้ะ ) นั่นไง ถ้าไปรอบหกครึ่งไม่ทันขึ้นปิล็อกแน่ เปลี่ยนแผนค่ะ

แผนสอง นั่งรถตู้ไปลงที่กาญ นัดเพื่อนที่หมอชิตตอนตีสี่ครึ่ง เราไปถึงก่อน และแล้วเพื่อนก็มาถึงพร้อมพูด ว่า ไอลืมพาสปอร์ตไว้บนแท็กซี่ ลืมพาส์ปอร์ตบนแทกซี่ ลืมพาส์ปอร์ตบนแทกซี่ ลืมพาส์ปอร์ตบนแทกซี่ ค่ะใช่ค่ะ ความน่ารักมักเข้ามาหาเราเสมอ ไล่ตามพาสปอร์ตกันตอนตีสี่ครึ่ง สนุกม๊ากกกกก #ปาดเหงื่อ ยังมีโชคที่เพื่อนเรียกแทกซี่ผ่าน Grab Taxi เราเลยได้พาสปอร์ตมาคืนตามเวลา

( ค่าใช้จ่าย 130 บาท / คน ถ้ามีกระเป๋าใหญ่จะคิดเงินเพิ่มอีกหนึ่งที่นั่ง ,ระยะเวลาเดินทาง 2.30 ชั่วโมง )

step 2 กาญจนบุรี – ทองผาภูมิ

รถบัสก็มี รถตู้ก็เร็ว แต่เราเลือกรถบัสเพราะเพื่อนดิฉันตัวใหญ่ค่ะ ขายาวไปไหน นั่งรถตู้แล้วเหมือนหนูติดจั่น น่าเวทนายิ่งนัก และกระเป๋าเพื่อนใหญ่มากค่ะ ( แม่เพื่อนดิฉันไล่ให้มาเที่ยว 1 ปี ตอนนี้เที่ยวมาได้เดือนที่หกแล้ว แม่อะไรจะน่าคบหาขนาดนี้) รถตู้จะคิดราคาเพิ่มอีกคนนึง ดูลำบาก เราก็เลยหวานเย็นกันไป สามชั่วโมงเบาๆค่ะ กินลมจนพุงกาง ถ้าวิ่งเร็วกว่านี้คาดว่าหลังคาจะเปิด กลายเป็นนั่งรถเปิดประทุน ( เพื่อนถามว่า รถบ้านยูแวะตลอดเวลาเลย ฮ๋าๆ เลยบอกฮีไปว่า นี่มันรถหวานเย็นเว่ยย ใครเค้ารีบกัน ถ้ารีบก็ไปนั่งรถไฟเลย #ช้าไปอีก)

มีเวลาแวะเดินเล่นตลาดทองผาภูมิได้ อาหารสด ขนม ผลไม้ตรึมมาก

( ค่าใช้จ่าย 80 บาท / คน ระยะเวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง )

step 3 ทองผาภูมิ – ปิล็อก ( บ้านอีต่อง )

เมื่อมาถึงทองผาภูมิ ให้มองหารถสองแถวสีเหลืองค่ะ จอดทางเข้าตลาดเลย เวลารถแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน รถสองแถวที่วิ่งทองผาภูมิ ปิล็อก มีทั้งหมด 4 คันค่ะ

  • ปิล็อก – ทองผาภูมิ มีเวลา 6.30/7.00/7.30/8.00
  • ทองผาภูมิ – ปิล็อก มีเวลา 10.30/11.00/11.30/12.30

**แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้ามีนักท่องเที่ยวเหมารอบ รถก็จะมีไม่ครบตามเวลา ดิฉันไปกับลุงจันทั้งขาไปและขากลับ ลุงจันทร์โคตรใจดีค่ะ แอบแวะตามจุดชมวิวให้ถ่ายรูปทุกจุดเลย 🙂 ( ไม่ได้เหมารถนะคะ ) ใครอยากโทรเช็ครอบรถ หรือเหมารถลุงจันทร์ โทรหาได้ที่เบอร์ 092-5497098 ช่วยกันกระจายรายได้ให้คนในพื้นที่ค่ะ

หน้าตาลุงจันทร์ และรถคู่ใจ ( ใจดีมากขัดกับหน้าตา)

บรรยากาศระหว่างทาง

 

( ค่าใช้จ่าย 70 บาท / คน ระยะเวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง )

เบ็ดเสร็จใช้เวลาเดินทางไปทั้งสิ้น 7.5 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาต่อเครื่อง/ทรานสิส และแล้วเราก็มาถึงปิล็อกแล้ววว ตูดยังอยู่ดี ข้ามสะพานนี้ไปก็ถึงแล้วว

( เพื่อนถามว่า ทำไมถึงมีรูปพวกท่านทุกที่เลย พวกเธอรักพระเจ้าอยู่หัวกับพระราชินีมากใช่ไหม 🙂 เราได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่าใช่ มันเป็นการแสดงออกถึงความรักและเคารพแก่พวกท่าน พวกเราเรียกรูปพระองค์ว่า รูปที่มีทุกบ้าน เป็นภาพที่เพิ่มความศิริมงคลให้แก่พวกเรา)


สถานที่เที่ยวในปิล็อก

  • หมู่บ้านอีต่อง

เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ติดเหมืองปิล็อก มีตลาด ร้านอาหาร โฮมสเตย์ริมน้ำ ร้านขายของที่ระลึก หมู่บ้านชาวพม่า ใช้เวลาเดินแปปเดียวก็ทั่วแล้วค่ะ แต่เป็นสถานที่พักผ่อนได้นานๆเลย

  • อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ

สามารถมาพักที่นี่ ได้เลยค่ะมีจุดกางเตนท์ และบ้านพักทาร์ซาน ( บ้านบนต้นไม้ ) ของอุทธยาน มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเขื่อน และเขาช้างเผือกได้เลย ( แต่วันที่เราไปฝนตก ฟ้าเลยปิด เจอแต่หมู่มวลหมอก สวยไปอีกแบบค่ะ)

  • เหมืองปิล็อก

รวมรวมเครื่องมือเก่าที่เคยใช้ตอนทำเหมืองแร่

  • น้ำตกจ๊อกกระดิ่ง

ที่นี่น้ำแรงมากค่ะ เตรียมชุดไปเล่นน้ำด้วยเป็นดี ( ไม่เล่นน้ำก็เปียกเหมือนเล่นค่ะ น้ำแรงมาก ละอองน้ำกระเด็น จนกล้องจะพัง) น้ำใสมาก ไปวันธรรมดาแล้วเหมือนน้ำตกส่วนตัว ดูรวยมาก เล่นน้ำได้แบบไร้ผู้คน เดินเข้าไปข้างในไม่เกิน 400 เมตรค่ะ

( บัตรเข้าชม ซื้อใบเดียว เข้าได้ทั้งน้ำตกจ๊อกกระดิ่ง และอุทยานทองผาภูมิ คนไทย 40 บาท / ต่างชาติ 100 บาท)

  • เนินช้างศึก เป็นฐานปฏิบัติการของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135 (ฐานช้างศึก)

เป็นจุดชมวิวบนยอดเขา ในเขตพรมแดนไทย-พม่า สามารถมองเห็นได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ทางช้างเผือก และทะเลหมอก ( หน้าหนาวป้าบอกว่าทะเลหมอกสวยงามเกือบทุกวัน) แต่หน้าฝนแบบนี้ ลุ้นกันหน่อยค่ะ

  • เนินเสาธง

เป็นจุดชายแดนระหว่างไทย พม่า เราสามารถเดินข้ามไปฝั่งพม่าได้เลย มองเห็นฝั่งทวาย

ส่วนเราก็มองไปมาทั้งสองที่แต่มองไม่เห็นอะไรเลยค่ะ ไม่เห็นแม้กระทั่งตัวเอง ฮ่าๆ หมอกมันแรงมากเลยค่ะพี่ชาย
กลับโรงแรมไปอาบน้ำอุ่นค่ะ บัยยยย 


การเดินทางใน ปิล็อก

1. เช่ามอเตอร์ไซค์ ราคาอยู่ที่ประมาณ 350 บาท พร้อมน้ำมันเต็มถัง ความน่ารักคือไม่ต้องเติมน้ำมันคืนให้เต็มถังแบบการเช่าทั่วไป ลุงจันทร์เล่าว่าบางทีก็ให้ไปครอบครองวันครึ่ง ก็คิดราคาหนึ่งวัน ทางชันหน่อย ขับมันส์มาก ( ใครขับไม่แข็งไม่แนะนำค่ะ )

2.เช่ารถสองแถว ราคาประมาณ 1,000 บาท/วัน ไปหลายคนวิธีนี้คุ้มมากค่ะ ถ้าไปน้อยแล้วขับมอเตอไซค์ไม่แข็ง ลองคุยกับลุงจันได้เลยค่ะ ลุงจันใจดี แกลดให้ตามสัดส่วนค่ะ

3.ถ้าเข้าเหมืองสมศักดิ์ ต้องใช้รถ 4W เข้าไปเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางค่อนข้างอันตรายมาก ค่าเหมารถอยู่ที่ 1,500 บาท/คัน สามารถแชร์กับกลุ่มอื่นๆเข้าไปได้ ( คนที่ไม่ได้พักกับป้าเกล็น ก็สามารถเข้าไปเที่ยวได้ค่ะ ) ส่วนใครอยากกินเค้กป้าเกล็น แนะนำโทรไปสั่งไว้ล่วงหน้าค่ะ เดี๋ยวไปแล้วหมด อดกินเหมือนเรา ( ร้านเค้กมีขายข้างนอก ไม่ต้องเข้าไปในเหมืองค่ะ)


เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม

อยากรู้ที่เที่ยวที่ไม่มีใน guide book ให้ถามเจ้าถิ่นค่ะ วันแรกเราตะลุยที่ตามแหล่งที่แนะนำแล้ว โชคดีได้เจอเจ้าถิ่น พาไปตะลุย อุโมงมหัศจรรย์

( โฉมหน้าไกด์ ค่ะ เรียงจากซ้ายไปขวา หัวโต ซิกโก้ ยาหม่อง หมูหยอง )

เด็กๆบอกว่า ไกล้มากพี่ เดี๋ยวพาไปเดินแปปเดียวเอง เป็นอุโมงใหญ่ สวยมาก ดิฉันก็ใจง่ายค่ะ ยอมตามผู้ชายไปโดยไม่ปริปาก ยาหม่อง หัวหน้าแก๊ง บอกว่า พี่จะเอาทางไกล หรือไกล้ เราก็สาววัยแรกรุ่นตอบทันที เอาทางลัดค่ะลูก ไกล้ๆ ป้าข้อเข่าเสื่อม

นี่แหละค่ะ ทางที่ยาหม่องจัดให้ ทางชันจนแทบจะต้องคลานขึ้นไปค่ะ ( ก็พี่เลือกทางลัด ยาหม่องกล่าว) ค่ะ ใช่ค่ะ ดิฉันเลือกของฉันเอง T_T

บรรยากาศระหว่างทางก็สวยมากค่ะ ฟ้าเปิดบางช่วง หมอกลงบางช่วย เด็กๆ ไม่ทอดทิ้ง ช่วยกันเข็นป้าขึ้นภูเขา

เดินไปเรื่อยๆ จนถึงอุโมงมหัศจรรย์ แปปเดียวของยาหม่องคือ เราเดินขึ้นมา 1 ชั่วโมง และภาพต่อไปนี้คืออุโมงที่ได้พบเจอค่ะ ( บางทีระหว่างทางก็สำคัญกว่าจุดหมาย )

ตอนขากลับเด็กๆให้เล่นซ่อนแอบค่ะ ดิฉันต้องหาพวกเขาให้เจอ เล่นไปตลอดทางกลับหมู่บ้าน ไม่ได้เล่นซ่อนแอบนาน เออ ก็สนุกเหมือนเดิม ( นี่ลืมอายุตัวเองไปแปปนึง )

เป็นไง แอบลงในหลุม กลัวลูกเค้าหายมาก หาใหม่ให้ไม่ได้

( ท่าโพสนี่ บอยแบนเกาหลีมีอาย)

ตอนท้าย ยาหม่องถามว่า พี่เอาหน่อไม้มั้ย เดี๋ยวผมพาไปเก็บหน่อไม้ พ่อเจ้าประคุณณณณณณณณณณณ ปีนฝรั่งให้กินแล้ว จะไปเก็บหน่อไม้ให้อีก น้ำตาจะไหล ในความน่ารักค่ะ แทนคำขอบคุณเด็กๆ เราเลยพาผู้ชายพวกนี้ไปเลี้ยงข้าวกับไอติมค่ะ (สายเปย์บอกเลย)


กิจกรรมหยุดชีวิตช้าๆ และพักผ่อน 1 วันในปิล็อก

ปล่อยชีวิตจริงทิ้งไป วางไว้ข้างทาง
วันนี้จะไม่มีสัญญานวิ่งตามไปที่ใด
ปิดทุกการรับรู้ เปิดไว้เพียงหัวใจ
ใส่กระเป๋า ก้าวออกไป

มีเวลาให้หัวใจกับสายลมได้ทักทาย
เปิดโอกาสให้แสงแดดและร่างกายได้พบกัน
อากาศถ่ายเทความเศร้า ความทุกข์ระเหยเป็นควัน
ปล่อยความคิดล่องลอยสักวัน

This is the vacation time
เวลานี้ช่างมีความหมาย
หยุดชีวิตช้า ๆ และพักผ่อน
หยุดความจริงร้าย ๆ ทิ้งเอาไว้ก่อน
This is the vacation time

เอนกาย ทิ้งตัว หายไปในหลุมอากาศ
สู่จักรวาลที่สองเรา ปลอดภัยจากทุกสิ่ง
เต็มไปด้วยความรู้สึก สบายเมื่อได้พักพิง
โอ้สวรรค์ มีอยู่จริง

This is the vacation time
เวลานี้ช่างมีความหมาย
หยุดชีวิตช้า ๆ และพักผ่อน
หยุดความจริงร้าย ๆ ทิ้งเอาไว้ก่อน
This is the vacation time

This is the vacation time

เพลงนี้ต้องมา

  • ตักบาตรตอนเช้า


  • เดินตลาดพม่า


  • เขียนป้ายไม้ แขวนบนสะพานปิล็อก (20 บาท)

ถามคุณป้าที่ขายป้ายไม้ว่า เขียนเพื่ออะไร ป้าบอกว่าเขียนอะไรก็ได้ ขอสรุปเอาเองว่าเขียนไว้เป็นที่ระลึกค่ะ


  • กินกาแฟ แกล้มหมอก


  • มองดูเม็ดฝน เกล็ดน้ำค้าง

เปลี่ยนความรู้สึกเปียกชื้น เป็นความรู้สึกสดชื่น ตอนอยู่กรุงเทพ เราเกลียดฝนมาก แต่พอมาอยู่ปิล็อก เรารักฝนมากขึ้นกว่าเดิม


  • ดูปลาคาร์ฟ


  • เขียนโปสการ์ดถึงเพื่อน


  • สนุกกับสิ่งมีชีวิต

ดูเอาเถอะค่ะ ว่าหมา แมวที่นี่ มีความชิลขนาดไหน เห็นแล้วก็มีความหมั่นไส้พวกมันค่ะ มีความอิจฉาเล็กๆในใจ


เรื่องเล่าจากอิต่อง

ความสนุกอีกแบบของการท่องเที่ยวคือ การได้พูดคุยกับคนในท้องถิ่น ยิ่งการพักที่โฮมเสตย์แบบนี้ มีโอกาสเยอะเจอคนเยอะเลยค่ะ

  • การเดินทางมาปิล็อก สมัยก่อน ใช้การเดินเท้าเข้ามา ต้องใช้เวลาการเดินทาง 2 วัน 1 คืน รถไม่สามารถเข้ามาได้
  • ปัจจุบันคนในปิล็อก มีประมาณ 700 คน เป็นคนไทย 100 คนที่เหลือเป็นคนพม่าค่ะ แต่ที่นี่จะไม่ค่อยเห็นชาวบ้าน เพราะวัยทำงานจะลงไปทำงานข้างล่างและส่งเงินมาให้พ่อแม่ที่ปิล็อก
  • ปิล็อกไม่มีตู้เอทีเอ็ม การจะกดเงินคือต้องฝากบัตรเอทีเอ็ม พร้อมแจ้งรหัสบัตรกับคนขับรถสองแถวไป แล้วคนขับรถจะเป็นคนกดมาให้ เก๋ไปอีกกกกก เนี่ยแหละค่ะ ความน่ารัก ความซื่อสัตย์ของชาวบ้านที่นี่
  • เด็กที่นี่น่ารักและสดใสมาก ไม่มีเข้ามาวอแวนักท่องเที่ยว พร้อมท้องสคริป แล้วขอเงิน เหมือนที่เที่ยวส่วนใหญ่ คนน่ารักเป็นเสน่ห์ของการท่องเที่ยวมากๆ

น้องๆเก็บฝรั่งปิล็อกให้ลองทานค่ะ ( อร่อยแบบฝาดๆ ) จริงๆเด็กๆ ชวนไปเก็บหน่อไม้ด้วย แต่ป้าเกรงใจ

เด็กๆ ช่วยพ่อแม่ขายขนมจีนตอนเช้า ก่อนไปเรียน

  • คนไทยที่อาศัยอยู่ในปิล็อกส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เข้ามาทำเหมือง พอหมดเหมืองแล้วก็ยังไม่ย้ายออก ป้าเล่าว่าถ้ามาอยู่ที่นี่แล้ว จะไปอยู่ที่อื่นไม่ได้อีก เพราะว่าทนอากาศข้างนอกไม่ได้ ปิล็อก อากาศดีสดชื่นทั้งปี อยู่ได้สบาย ออกไปกรุงเทพทีไรไข้ขึ้นทุกที 🙂 ( ปิล็อก ได้ชื่อว่าเมืองเคียงหมอก เรียกได้ว่าหมอกตั้งแต่เช้ายันเย็น เที่ยงก็หมอก เช้าก็หมอก บ่ายก็หมอก ดึกก็หมอก )

  • คนที่นี่มีลูกกันค่อนข้างเยอะ ครอบครัวละ 5-7 คน ( ช่วงฤดูฝน ทางอนามัยต้องเตรียมรับฝากครรภ์จากชาวบ้านจำนวนมาก แหม่ ก็ฝนตก อากาศมันเย็นนี่เนอะ :):) บ้าชริง เค้าทำอะไรกันเหรอคะพี่ตา นกอยากรู้ค่ะ )
  • เด็กที่นี่เดินไปโรงเรียนทุกวัน ใครไปเที่ยวแล้วขับรถผ่าน แวะรับน้องๆด้วยนะคะ


 

ใครอยากหลบหนีความวุ่นวาย ฝ่าฝน ตะลุยหมอก ต้องห้ามพลาด ปิล็อกนะคะ เก็บไว้ในลิสด่วนๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s