Backpack Leh Ladakh | เลห์ ลาดักห์ ใบไม้เปลี่ยนสี

ถ้าได้ยินชื่ออินเดียมาบ่อยๆ คงได้เคยได้ยินชื่อเลห์ ลาดักห์ ตามมาติดติด  ที่นี่เป็นเป้าหมายของหมู่มวลวัยรุ่น และวัยไม่รุ่น  เป็น dream destination ที่แบบเชี่ย โค่ดคูล กูต้องไปให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต  ก่อนไปเราก็คิดงี้แหละ พอไปเองแล้วโอ้ยทำไมาเพิ่งมาวะ จริงๆเป็นสถานที่ที่ไม่ต้องรอไปก่อนตายอ่ะ ควรไปซะตอนนี้นี้นี้นี้นี้ รูปที่ถ่ายมาไม่สวยเท่าที่ตาเห็นเลย ให้ตากล้องเก่งยังไงเราก็ว่าสวยสู้เท่าที่ตาเราเห็นไม่ได้ เพราะก่อนไปก็ดูภาพมาเยอะมากนะ แต่พอไปจริงๆเห็นวิวแล้วใจสั่นไปหมด แบบ กูไปอยู่ไหนมา !! แก่จนสามสิบแล้วทำไมเพิ่งมาเหยีบ ถ้าข้อเข่าเสื่อมมากกว่านี้คงเสียใจมาก
เที่ยวเลห์ครั้งนี้เหมือนได้เที่ยวหลายประเทศ  บอกไม่ถูกว่าอยู่ประเทศอะไรบางวันก็เหมือนสวิส หันไปซ้ายทีอ้าวนั่นมันไอซ์แลนด์ เผลอหลับไปหน่อยตื่นมาอยู่ดาวอังคาร ลงรถไปฉี่อ้าวนี่นิวซีแลนแพะเต็มเลย ( จินตนาการว่าแกะ )  พอกลับมากินข้าวเย็น เออ กูอยู่อินเดียนี่แหละว่ะ ฮ๋าๆ กะหรี่ชิปหาย เลิกกลัวแขก เลิกกลัวกลิ่น เลิกกลัวกระหรี่ ที่นี่มันกระหรี่เบอร์ตองโว้ยย  ไม่มีอะไรที่ต้องลังเลห์ ตามมาดมเลห์ ลาดักห์กันเลยจ้าาาา

Leh Ladakh_IMG_8040
ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

ปฐมบทแห่งเลห์ ลาดักห์ ของเราเริ่มต้นด้วยเราและรุ่นพี่ที่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่คนนึงที่อยู่ๆก็เออ “ไปเลห์กันมั้ยมึง?” อยากไปมาหลายปีแล้วโว้ยย ล่มมาหลายร้อยรอบ รอบนี้ถ้าเหลือกันแค่สองคนก็จะไป ทริป 7 วัน 7 คืน ไปไปพระเจ้าก็ส่งคนบ้า 12 คน มารวมกัน

Leh Ladakh_hunser sand 5
สมาชิกทั้ง 12 คน

รู้จักเลห์ ลาดักห์
เลห์เป็นเมืองหลวงของแคว้นลาดักห์ เขตแคชเมียร์ ประเทศอินเดีย  อีกชื่อคือ  ทิเบตน้อย (Little Tibet) สาเหตุที่เรียกทิเบตน้อยเพราะว่าที่นี่มีส่วนผสมของ วัฒนธรรมทิเบต อีกทั้งมีเชื้อชาติที่หลากหลาย ทั้งทิเบต แขกอินเดีย แขกขาวแบบปากีสถาน บางคนหน้าออกไปทางจีน หน้าตาคนที่นี่ไม่ค่อยเหมือนคนอินเดียในอุดมคติของคนไทยสักเท่าไหร่  เอาจริงผู้ชายแซ่บๆซ่อนอยู่ในดงแขกเยอะมากนะ ต้องคอยพินิจพิจารณา  เลห์ อยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง12,000 ฟุต  เพราะฉะนั้นอากาศจะบางมาก และหนาวมากสำหรับพวก เส้นศูนย์สูตรแบบพวกเรา
Leh LadakhIMG_0634


เลห์ ลาดักห์ เที่ยวไหนดี ? 
ทริปนี้เราเดินทางในช่วงต้นเดือนตุลาคม ( 6-14 ตุลาคม 2017 ) ข้อดีของเดือนตุลาคมคือใบไม้เปลี่ยนสี ใบไม้ที่เลห์จะกลายเป็นสีเหลืองทอง  แต่ก็นั่นแหละค่ะ ความสวยต้องแลกมากับความหนาว แต่ชอบใบไม้สีทองเลยยอมค่ะ ยอมหนาว ยอมผิวแตก ปากแตก   ถ้าอยากเจอเลห์เขียวๆ ไปช่วง มิถุนายน – สิงหาคม ถ้าอยากเจอเลห์แบบสีทอง ไป ตุลาคม – พฤศจิกายน ถ้าอยากเจอเลห์แบบขาวๆ ธันวาคม – เมษายน  ( หนาวและขาวมาก) Leh Ladakh_IMG_8738เพื่อให้เห็นภาพได้ชัดๆ เราสรุปให้เป็นรายละเอียดแต่ละวันไว้ให้ จะได้แพลนตามกันได้ง่ายๆค่ะ ทริปนี้เรามีเวลาอยู่ที่เลห์ทั้งสิ้น 7 วัน 7 คืน  ( ไม่รวมวันเดินทาง )  สรุปรายละเอียดทริปของเราสั้นๆ ตามนี้จ้า ( ต้องการ trip แบบละเอียด inbox ไปที่เพจ Goanywhere ได้เลยค่ะ)

6 OCT :  BKK – new Delhi
7 OCT :  New Dehli – Leh   (Leh City >>  Leh Palace, Shanti Stupa & Main Bazaar)
8 OCT : Magnetic Hill, Sangam Viewpoint, Alchi, Lama Yuru ( moon land )
9 OCT : Nubra Valley, Turtuk *Khardung La Pass
10 OCT : Hunder Sand Dune  – Pangong Lake
11 OCT : Pangong Lake –  Chang La Pass
12 OCT : Tsomoriri Lake 
13 OCT :Tsokar Lake Taglang La Pass
14 OCT : Leh – New Delhi –  Agra
15 OCT : Taj Mahal  – New Delhi – Bangkok
** ต่อจากเลห์เราเดินทางต่อไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกต่ะ แต่ใครจะจบแล้วบินกลับไทยเลยก็ตามสะดวกค่ะ      

จุดเริ่มต้นของเราเริ่มต้นตั้งแต่นั่งเครื่องบินจากนิวเดลี ไปเลห์ แล้วล่ะค่ะ ตอนจองตั๋วให้เลือกที่นั่งฝั่งซ้ายถ้าไม่ได้นั่งที่นั่งหน้าสุด ให้เลือกที่นั่งหลังสุดไปเลยค่ะ ตรงกลางจะติดปีกเครื่องบิน กีดลูกตา ( เข้าไปเช็คตำแหน่งที่นั่งได้ที่สายการบินที่เดินทางได้นะคะ แต่ละสายการบินจะมี Layout เครื่องให้ดู )

Leh LadakhIMG_8190Leh LadakhIMG_7146
  ความรู้สึกตอนนั่งเครื่องเหมือนเราใกล้ภูเขามากมาก นิวเดลี – เลห์ ใช้เวลาบิน 1.20 ชั่วโมง เวลาผ่านไปเร็วมาก ปกติเราจะชอบหลับตอนนั่งเครื่องบิน แต่รอบนี้ไม่หลับเลย หลับไม่ลงจริงๆ เจอวิวแบบนี้ เหมือนเราอยู่ใกล้ภูเขามาก นี่ก็คิดถ้าเปิดหน้าต่างเครื่องบินได้แล้วยื่นมือออกไปคงเอานิ้วจิ้มเมฆได้เลยอ่ะ  ความพีคเริ่มขึ้นตั้งแต่ 30 นาทีแรกหลังเครื่องขึ้นแล้วเตรียมกล้อง เตรียมเมม เตรียมแบตไว้ให้พร้อมนะคะ  ยิ่ง 15 นาทีก่อนเครื่องลงเนี่ยโค่ดพีคจ้าาา กดชัตเตอร์รัวรัว ขนลุกไปหมดค่ะคุณ 🙂

Leh LadakhIMG_8799
ภูเขาหิมะ ธารน้ำแข็ง ไกล้มาก เหมือนภูเขาจะทิ่มเครื่องบิน
Leh LadakhIMG_8184
ภูเขาสีน้ำตาล ภูเขาหิมะ ท้องฟ้าสดใส รวมกัน = สวยมากกกก

Leh LadakhIMG_8758

มาถึงสนามบินเลห์ ที่นี่ห้ามภ่ายภาพ เป็นสนามบินเล็กๆ ลงจากเครื่องจะมีรถบัสมารับไปยังตัวอาคาร สนามบินเลห์เล็กนิดเดียวค่ะ ระหว่างรอรับกระเป๋าเจ้าหน้าที่ก็จะมีเอกสารมาให้กรอกเล็กๆ เป็นรายละเอียดทั่วไป  เราติดต่อรถเอาไว้แล้ว รถจะรอรับที่หน้าสนามบิน พร้อมชูป้ายชื่อรอต้อนรับกะเหรี่ยงชาวไทยทั้ง 12 คน ตอนนี้แหละการผจญภัยของพวกเราก็เริ่มต้น

Leh Ladakh_IMG_8230
สนามบินเลห์ ลาดัก ล้อมรอบไปด้วยภูเขา

 001 Leh city / Main Bazaar

มาถึงเลห์วันแรกอย่าเพิ่งซ่า เพราะร่างกายเราต้องใช้เวลาในการปรับตัว บุหรี่ แอลกอฮอล์ การวิ่ง กระโดด หรือแม้กระทั่งการอาบน้ำเองขอให้พักไว้ก่อน   ใช่ค่ะ ห้ามอาบน้ำ ห้ามสระผม  ถึงจะอาบน้ำได้ก็ไม่อยากจะอาบน้ำอยู่ดี มันหนาว( เข้าทางหน่อยๆ ) อากาศในตัวเมืองเลห์ ประมาณ 5- 20 องศา  ทำได้แค่ล้างหน้า แปรงฟันเท่านั้นค่ะ ห้ามฝ่ากฎนะคะ เผลอเอาน้ำราดหัวไปอาจช๊อคได้ หลังเดินทางมาถึงต้องพักร่างกายพักผ่อน ทานให้อิ่ม นอนหลับให้สดชื่นสัก 2-3 ชั่วโมง บ่ายแก่ๆค่อยออกไปเดินเล่นในเมืองกันค่ะ

Leh Ladakh_IMG_7176
ธงมนตรา บริเวณ Main Barza
Leh Ladakh_Leh city_171110_0420
คุณป้าแคนรูน เจ้าของเกสเฮาส์ แห่ง seven sea guest house สวย ใจดี และน่ารักมากมาก
Leh Ladakh_IMG_8240
ชาไจร้อนๆ เป็น welcome drink เมืองเลห์  ต้อนรับพวกเรา  มันดีย์มากค่ะ

เราไม่ค่อยได้เดินเล่นในเมืองเลห์สักเท่าไหร่ ไว้เป็นที่พำนัก จิบชา พักผ่อน ที่เกสเฮาส์ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆในเมืองนี้น่าเดินเล่นมากเหมือนกัน ใครมีเวลามากกว่านี้ลองเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเล่นๆรอบรอบเมืองก็น่าสนุกดีเหมือนกันค่ะ จริงๆก็อยากจะทำตัวคูลๆขับรถมอไซค์ร่อนเหมือนกันแหละ แต่สกิลการขับขี่ทุกชนิดกากมาก บวกกับหนาว เลยนั่งรถปกติดีกว่า

Leh Ladakh_IMG_8263

Leh Ladakh_IMG_8250
จิบชาในสวนหน้าเกสเฮาส์ อังกฤษสไตล์มากมาก

002 Leh Palace

วันแรกที่เดินทางมาถึงเราจัดทริปให้อยู่ไกล้ๆ เดินทางน้อยๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว ทริปเลยจะวนเวียนอยู่ในเมืองเลห์ เริ่มต้นด้วย Leh palace ที่นี่มองเห็นวิวรอบๆเมืองเลห์ ( โชว์พาสปอร์ตไทย ค่าเข้าชมคนละ 15 RS)
Leh Ladakh_IMG_8273Leh Ladakh_DSCF4579
  “พระราชวังเลห์ ตั้งอยู่บนเนินเขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากจัตุรัสกลางเมืองเลห์ พระราชวังเลห์สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 17 มีทั้งหมด 9 ชั้น ในอดีตเป็นพระราชวังที่ประทับของราชวงศ์แห่งลาดักห์ จนกระทั้งถึงย้ายพระราชฐานมาที่ stok palace ในปี ค.ศ. 1830 “
Leh Ladakh_IMG_8301Leh Ladakh_IMG_8441Leh Ladakh_IMG_8413Leh Ladakh_IMG_8398-2


003 Shanti Stupa
shanti stupa_leh

     เจดีย์สันติภาพ(Shanti Stupa) เป็นเจดีย์สีขาว ขนาดใหญ่โดยญี่ปุ่นเป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อประกาศพระศาสนาและแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก เจดีย์นี้ตั้งอยู่บนยอดเขาในแทบจังสปา เราสามารถมองเห็นเมืองเลห์ได้ในมุมสูง และมองเห็นพระราชวังเลห์ และ วัดนัมเกลและป้อมแห่งชัยชนะ ได้ด้วย เวลาประมาณ 05.00 – 21.00 น. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมค่ะ

Leh Ladakh_IMG_8585
Namgyal Tsemo Gompa มองจาก santi stupa

Leh Ladakh_IMG_8678Leh Ladakh_IMG_8655

** ห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 2 กิโลเมตร เราสามารถเดินขึ้นบันไดไปชมเจดีย์ได้ หรือ จะนั่งรถแล้วต้องเดินทางต่ออีกสัก 5 นาที จากเจดีย์ แต่หอบมากค่ะ เราแนะนำให้นั่งรถเถิดจ้าา  เก็บข้อเข้าไว้ใช้งานอื่นโน้ะ สงสารขังขรา หอบบบบบบนรกกิน


004 Namgyal Tsemo Gompa

Leh Ladakh_namgyal1
          Namgyal Tsemo Gompa   เราว่าที่นี่เป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในเมืองเลห์ สนุกกับการถ่ายภาพกับธงมนตราหลากสีสันและชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ได้เต็มที่เลยค่ะ  ที่นี่ยังมองเห็นวิว Santi stupa ผ่านวิวใบไม้เปลี่ยนสีไกลไกล มองมุมไหนก็สวยไปหมดเลยค่ะ บอกได้คำเดียวว่า 10 10  10 ไปเลยจ้าLeh Ladakh_namgyal2Leh Ladakh_namgyal3

Leh Ladakh_namgyal4
เสาธงแซ่บโน้ะ

005 Magnetic HillLeh Ladakh_magnetic 1

วันที่ 2 ร่างกายเราเพิ่มปรับตัวขึ้นเลยออกมารอบๆเมืองเลห์ เป้าหมายแรกอยู่ที่ Magnetic Hill เรียกอีกชื่อว่า Gravity Hill เป็นฉากที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาได้อลังการมากมาก  ( เหมือนฉากที่เซทถ่ายหนังเบอร์นั้น ) เหมือนเป็นถนนวิ่งเข้าไปในภูเขาใหญ่ ถ้าจอดรถเอาไว้ตรงจุดที่เค้ากำหนดไว้แล้วดับเครื่องยนต์ เราจะเห็นเหมือนกับว่า รถมันไหลขึ้นภูเขาได้เอง ซึ่งจริงๆมันเป็นภาพลวงตา ทางถนนจริงๆมันเป็นทางลงเขาต่างหาก แต่มุมมองที่มองมันเหมือนกับขึ้นภูเขา ที่นี่เลยได้ชื่อว่า magnetic hill เป็นอีกจุดหมายที่ทำให้เรารู้ว่าตัวเราเล็กแค่ไหนเ มื่อเทียบกับธรรมชาติรอบตัว  ธรรมชาติคือสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ
Leh Ladakh_magnetic 3

Leh Ladakh_magnetic 2Leh Ladakh_magnetic 4


                              006 Sangam Viewpoint
Leh Ladakh_sangam 1

     sangam view point เป็นจุดตัดของแม่น้ำ สินธุ และซันสการ์ ไหลมาบรรจบกัน โดยจุดที่แม่น้ำไหล
มาบรรจบกัน จะเห็นความแตกต่างของสีแม่น้ำเป็นสองโทนโดยไม่ต้องสังเกตเลย เป็นความงดงามของธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย แม่น้ำด้านล่างผสมกับ ฉากหลังที่เป็นภูเขา สลับไปมาและสีท้องฟ้าสดใส ไปนั่งถ่ายรูปสวยๆ เพลินๆ แป๊ปเดียวเวลาหายไป ไม่ทันรู้ตัวเลย
Leh Ladakh_Sangam 2

Leh Ladakh_Sangam 3


007 Likir Monastery

ที่นี่เป็นทางผ่าน พอมีเวลาเลยแวะหน่อย บรรยากาศใบไม้เปลี่ยนสีสวยมากค่ะ เนื่องจากไม่ใช่สายวัดสัก
เท่าไหร่ ก็เลยอินกับวิวที่วัดแทน 🙂
Leh Ladakh_DSCF5005 copyLeh Ladakh_IMG_9066Leh Ladakh_IMG_9026Leh Ladakh_IMG_7386Leh Ladakh_IMG_9048


008 Alchi
Leh Ladakh_IMG_9112-2 copy
Leh Ladakh_DSCF5039

วัดนี้เก่าแก่มาก ที่มีจุดเด่นคือ ศิลปะบนฝาผนัง มีหลายห้องมากมาก งานละเอียดสวยมากมาก แต่ด้านในไม่สามารถถ่ายภาพมาได้ Leh Ladakh_DSCF5044นอกจากจิตรกรรมภาพวาดแล้วยังมีกงล้อมนตรา ความเชื่อของชาวทิเบตเชื่อว่าการหมุนกงล้อมนต์หนึ่งรอบมีผลเท่ากับการสวดมนต์หนึ่งรอบ 🙂

Leh Ladakh_IMG_9099
จุดชมวิวหลังวัด

009 moon land

moonland 1
Moon land คือภูมิประเทศแบบดวงจันทร์ เป็นแลนสเคปที่แปลกดี เป็นทางผ่านระหว่างไป lama yura แวะถ่ายภาพชิลชิลได้moonland 2moonland 4moonland 3


010 Lama Yuru
Leh Ladakh_IMG_9186

ที่นี่ก็เหมือนกับวัดทั่วไปในเลห์ โอบล้อมด้วยภูเขาลักษณะแบบ moon land ดูแปลกตาดีแต่ด้วยความที่เราอิ่มวัดมาแล้ว ก็เลยเฉยๆ เน้นเดินเล่นไปเรื่อยๆ

Leh Ladakh_IMG_9190
เส้นทางระหว่าง moon land & Lama Yura

Leh Ladakh_IMG_9196
โชคดีช่วงที่เราเดินทางมาถึงชาวบ้านมีงานรื่นเริงกันพอดี เลยได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเต้นกับเขาด้วย โค่ดน่ารักเลย คุณป้าให้การต้อนรับพวกเราอย่างดี สอนท่าเต้นสไตล์ชาวเลห์ อบอุ่นมากมาก แต่พวกเราเต้นแรงไปหน่อยทุกคนดูตกใจไปนิสสสสส  เลยเดินเล่นที่วัดแป๊ปเดียว แล้วมาเต้นเข้าจังหวะกับป้าป้า ดีจัง
Leh Ladakh_IMG_9238

Leh Ladakh_IMG_9277
ตรงนี้ดูเหมือนโต๊ะ vip รอชมการแสดง
Leh Ladakh_IMG_9269-2
ท่าเต้นแบบคิ้วๆ
Leh Ladakh_IMG_9258
เด็กที่นี่น่ารักทุกคน
Leh Ladakh_IMG_9263
เด็กๆ หน้าตาน่ารัก
Leh Ladakh_IMG_9283
ร่วมเต้นกับชาวบ้านแต่พี่คนนี้เค้าเต้นแรงกว่าชาวบ้านไปหน่อยนึงนะ  ป้าหน้ามุ่ยเลย น่าจะชอคเล็กๆ:)

011 Khardung La Pass

Leh Ladakh_khardungla 1     Khardung la Pass  เป็นถนนที่สูงที่สุดในโลก สูงถึง 18,380 ฟุตหรือ 5,602 อากาศบนนี้หนาวแลออกซิเจนบาง มากมาก เราใช้เวลาอยู่บนนี้ได้แค่ 30 นาที ฮ่าๆ มันเหนื่อยจนหายใจไม่ออก แต่เป็น 30 นาทีที่ เหมือนได้พิชิตอะไรที่เป็น อับดับโลก ( บ้าสถิตินิดนิด )Leh Ladakh_khardungla 3
ที่นี่เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก บางคน ขี่มอเตอร์ไซค์ ขึ้นมาบนนี้  ทั้งทั้งที่ถนนที่นี้ ไม่ใช่ทางลาดยางสวยๆ เป็นทางขรุขระๆ แคบๆ และสูงมากมาก และหนาวมากมาก แค่คิดว่าต้องขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมาบนนี้ ก็ตัวสั่นหมดแล้ว ขนาดเรานั่งรถตู้ขึ้นมา ยังเสียวและหนาวขนาดนี้ การขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นมามันต้องใช้ความพยายามและ ความตั้งใจขนาดไหน!!  แต่เราว่ามันคงเป็นคนเป็นที่สุดในชีวิตอีกอย่างของเค้าและของเราเองด้วยแหละLeh Ladakh_khardungla 2
สำหรับที่นี่เราชอบระหว่างทางที่เดินทางมากกว่าจุดตรงนี้ คือมันสวยมาก ถ้าเคยได้ยินว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว ที่นี่คือบทพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี แต่เราขอเพิ่มนิยามของที่นี่ไว้อีกอย่าง คือ “ ยิ่งสูงยิ่งอ๊วก” พกยาดมและถุงพลาสติกไว้ให้มั่น กลับไปเมืองไทยจะได้พูดกับเพื่อนได้เต็มปากแหละว่า “กูไปถนนที่สูงที่สุดในโลกมาแล้วนะมึง”Leh Ladakh_khardungla 4
Leh Ladakh_IMG_9397


012 Turtuk
Leh Ladakh_IMG_Turtuk

Turtuk เป็นหมู่บ้านติดชายแดนปากีสถาน เนื่องจากพวกเราเรื่อยเปื่อยกินลมชมวิวระหว่างทางมาก ทำให้เรามาถึงที่นี่เย็นไปหน่อย เลยไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้าน เพราะไม่ได้วางแพลนจะนอนที่นี่กันเลยเอ๊า ตัดใจเดินทางกลับเลย ถือว่ามานั่งรถเล่นระหว่างทาง เพราะระหว่างทางก็สวยมาก ไม่เสียใจที่มาเลย ไว้มาใหม่รอบหน้าจะเผื่อเวลาให้ Turtuk เยอะๆเลย คนที่นี่หน้าตาดีมาก ( ใครเดินทางจากเลห์ ตรงมา turtuk เหมือนเรา แล้วอยากกลับไปนอนที่ nubra valley เผื่อเวลามาหน่อยน๊าา ออกเช้าเช้าไปเลย เพราะเราไม่สามารถอดทนกับระหว่างทางสวยสวยได้จีจี )Leh Ladakh_IMG_9549

Leh Ladakh_IMG_9539
บรรยากาศระหว่างทาง

013 Hunder Sand Dune
Leh Ladakh_hunser sand 1

Leh Ladakh_IMG_9668

หิมะตกตกบนเขา

Leh Ladakh_IMG_0096.JPG

ถ้าตอนเด็กๆอยากเป็นมิเชลล์ในฟ้าจรดทราย ที่นี่ทำให้ความฝันเป็นจริงแล้วล่ะ เข้าใจคำว่าฟ้าจรดทรายจริงๆ มันเป็นยังไง แถมยังมีน้องอูฐให้ขี่ จินตการเป็นชายาของท่านชีค เซลล์ฟี่กับอูฐจนเมมเต็ม เลห์ลาดัคห์ครั้งเดียว เที่ยวได้หลายประเทศจริงจริง  Hunder sand dune ตั้งอยู่ในบริเวณของ Nubra Valley (  เป็นพื้นที่ที่อากาศอุ่นที่สุดในทริป หายใจได้เต็มปอดสุดก็ที่นี่แหละค่ะ)

Leh Ladakh_hunser sand 3
อูฐที่นี่รับน้ำหนักได้เยอะ คนอ้วนขี่ได้ พี่เสื้อส้มหนัก 200 โล อูฐก็ยังรับได้แต่ตอนขี่เสร็จหลังอูฐยุบไปหน่อย

กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการขี่อูฐ เรามัวแต่ขี่อูฐเพลินๆเลยไม่ค่อยได้ถ่ายภาพสักเท่าไหร่ ตื่นเต้นอ่ะอยู่เมืองไทย เจอแต่หน้าหมา แมว มาเจอหน้าอูฐมันก็จะตื่นเต้นหน่อยๆ  อูฐจะมีให้เลือก 2 แพ็คเกจ 15 นาที  ( 200 รูปี ) และแบบ 30 นาที  ( 300 รูปี ) เป็นราคามาตรฐาน ไม่ต้องกลัวโดนหลอกค่ะ เราเลือกแบบ 30 นาที เราว่ากำลังดีไม่มากไม่น้อยไป ถ้ามากกว่านี้ก็เจ็บตูด ถ้าน้อยกว่านี้ก็ยังยังไม่เต็มอิ่มLeh Ladakh_Leh2017IMG_9823
Leh Ladakh_hunser sand 4
Leh Ladakh_hunser sand 2

ทะเลทรายที่นี่เป็นทะเลทรายที่แตกต่างจากโอมานที่เราเคยไปมา สวยคนละแบบ เป็นทรายสีน้ำตาลอ่อนๆ เนื้อทรายละเอียดๆ ไม่แน่นมาก สันทรายไม่สูง แต่มีภูเขาสูงล้อมรอบแทน แตกต่างจากทะเลทรายที่อื่น  แต่ที่เหมือนๆกันคือความน่ารักของน้องอูฐนี่แหละ อูฐที่นี่ ค่อนข้างคุ้นเคยกับคน เราเลยได้เซลฟี่หรือถ่ายรูปได้กันตามสบาย


014  Pangong Lake
Leh Ladakhpangong 1

Leh LadakhIMG_0560
 ภาพรีเฟลคไม่ได้ตัดต่อนะคะ ของจริงเลยค่ะ
DSCF5866
Tip : อยากได้ภาพแบบมีรีเฟลคแบบนี้ต้องถ่ายช่วงเช้าค่ะ ภาพนี้พวกเราถ่ายประมาณ 9.00 

     ทะเลสาบปันกอง ทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าเป็นน้ำตาแห่งหิมาลัย และเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก ตั้งอยู่ที่ความสูง 4,350 เมตร น้ำทะเลสาบสีเทอคอยซ์ สีฟ้า สีน้ำเงิน กระจายเป็นเฉดสี ตามอุณหภูมิของแสงอาทิตย์ ในเวลานั้นๆ  ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงใหญ่ ตัดท้องฟ้าสีน้ำเงินตามแบบฉบับของเลห์
Leh LadakhIMG_0592Leh LadakhIMG_0583Leh LadakhIMG_0627

ที่นี่เรายกให้เป็นสถานที่ที่ห้ามพลาดมากมากมากมาก ต้องไปค้างคืนที่นี่สักคืน  จะได้เห็นน้ำในทะเลสาบครบทุกเฉดสี  ตื่นเช้ามาค่อยๆจิบชา นอนดูแสงอาทิตย์ค่อยๆส่องภูเขา ใช่ชีวิตดื่มด่ำอย่างเต็มที่ สวยจนพูดไม่ออกเลย ( อิผี หนาวจนปากสั่น ) เราเดินทางช่วงตุลาคม เป็นช่วงต้นฤดูนาว ที่พักส่วนใหญ่ปิดทำการแล้วจึงมีที่พักให้เลือกได้ไม่มาก

Leh LadakhPangong 3
ตื่นเช้ามาอ่านหนังสือแบบสดใสด ความจริงนั้นไซ้ หนาวคางสั่นเลยจ้า

Leh LadakhIMG_0707IMG_0538Leh LadakhIMG_0813Leh LadakhPangong 4

Leh Ladakh_IMG_0508.JPG
หลังจากถ่ายรูปเสร็จ เป็นลมไปเลยค่ะ
Leh LadakhPangong 5
น้ำในทะเลสาบจะเปลี่ยนโทนไปตามแสงแดด 

การเดินทางมาที่นี่ว่ายากแล้วแต่การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ยากกว่ามาก อากาศที่นี่ตอนกลางคืนหนาวจนติดลบคาดว่า ประมาณ -15 องศา) ในบรรยากาศที่ห้องพักไม่มีฮีสเตอร์ ไม่มีผ้าห่มไฟฟ้า ไม่มีน้ำอุ่น ไม่มีอะไรเลย เป็นความทรมารที่หนาวที่สุดในชีวิตเรา ( เคยเจออากาศหนาวกว่านี้นะ แต่ไม่มีที่ไหนที่ทำให้เรารู้สึกหนาวได้เท่าที่นี่) หนาวบาดเนี้อกันไปเลย ถ้าหนาวมากกว่านี้จะกรีดเนื้อตัวเองทิ้งละ

IMG_0450
น้ำที่ทะเลสาปปันกองใสมาก 

Leh Ladakh_By Aoae_171112_0396Leh Ladakh pangong lake

IMG_0432     แต่ถึงจะหนาวมากมาก แต่ก็ทำให้เราพบเจอความสวยงามที่หาไม่ได้จากชีวิตประจำวัน หาเจอได้ที่นี่สุดท้าย เราขอสถาปนาให้ปันกอง คือทะเลสาบที่ได้ชื่อว่าน้ำตาแห่งนักเดินทาง มาถึงที่นี่แล้วต้องหลั่งน้ำตาแห่งความหนาว  เอ้ยย ความประทับใจสิ
การเดินทาง : เดินทางจากเลห์ ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง หรือเพื่อนๆจะจัดทริปเดินทางจาก Nubra Valley ก็ได้ค่ะ มีถนนตัดมาที่ pangong ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมงเหมือนกันค่ะ

Leh LadakhIMG_0670
ระหว่างทางสวยทุกมุม ไม่ต้องกังวลที่จะนั่งรถนานนาน
DSCF5801
อากาศบางมากมากก็รอดถ้าเตรียมตัวมาดี แต่อาจจะมีผลกับสตินิดหน่อยเลยกลายเป็นแบบนี้ #เพื่อนพี่เป็นตุ๊ด

   TIP : เนื่องจากอยู่บนที่สูงมาก อากาศก็บางมากมาก เดินทางมาที่นี่ควรเตรียมออกซิเจนกระป๋อง เครื่องกันหนาว และอาหารมาให้พร้อมค่ะ  ( ยิ่งช่วงหน้าหนาวยิ่งไม่มีไรกินจ้า มาม่า โจ๊ก คือช่วยนำพาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นอย่างไว )


015 Thiksey monastery

Leh Ladakh_thiksey1Leh Ladakh_thiksey2     เราไม่ใช่สายวัดเลย ทริปนี้ไม่ได้เลือกวัดเข้ามาในแพลนเท่าไหร่ พอดีวัดนี้พอมีเวลาเหลือระหว่างทางเลยมีโอกาสได้แวะ ซึ่งถือเป็นโชคดี เพราะว่ามันสวยมากเลย Thiksey monastery ที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นโปตาลาน้อยประจำเมืองเลห์ เพราะรูปร่างหน้าตา คล้ายกับวัดโปตาลาที่ธิเบตLeh Ladakh_thiksey3          ที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของพระศรีอารยะเมตรัยองค์ใหญ่ที่สุดในลาดัคห์ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงการมาเยือนขององค์ดาไล ลามะองค์ที่ 14  ซึ่งสร้างได้สวยงามมากมาก ที่วัดมีเกสเฮาท์ให้สำหรับ ผู้ที่สนใจปฎิบัติธรรม นอกจากนั้นรอบวัดยังมีบรรยากาศดีมากมาก ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีได้สุดลูกหูลูกตาLeh Ladakh_thiksey4Leh Ladakh_thiksey5


016 Tsomoriri Lake

Leh Ladakh_Tsomoriri 1

Leh Ladakh_Tsomoriri 2

Tsomoriri Lake เป็นทะเลสาบที่สูงที่สุดของเราในทริปนี้ สูง 4,522 เมตร ( สูงกว่า pangong หน่อยนึง ) ที่ไม่ได้โด่งดังมากนักในเลห์ ถือเป็นตัวประกอบด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เป็นคนชอบ ทะเลสาบที่มีภูเขาที่นี่จึงเป็นเป้าหมาย ที่เราอยากไป พอไปแล้วเอ้ย!! จากบทตัวประกอบยกระดับมาเป็นบทพระเอกทันที
Leh Ladakh_Tsomoriri 4
ยิ่งเดินทางช่วงเดือนตุลาคมแบบเรา แล้วเจอบรรยากาศระหว่างทางเป็นสีทองหมดเลย ลองจินตนาการภาพ  ฝูงแพะบนทุ่งหญ้าสีทอง ตัดกับทะเลสาบสีฟ้า น้ำเงิน มีประกายแดดระยิบระยับ  ฉากหลังเป็นภูเขาหิมะ และท้องฟ้าใสใสสีน้ำเงิน วี๊ดดดดดดดดดด สวยพ่อแม่ไม่สั่งสอนมากมาก ยิ่งตอนพระอาทิตย์ตก แสงอาทิตย์ส่องภูเขาเป็นสีชมพูอมส้ม ฟ้าเป็นสีชมพู ให้บรรยากาศอบอุ่นที่ทำให้เราลืมไปเลยว่าที่นี่คืออินเดีย ลืมความหนาวเหน็บ ลืมกลิ่นแพะใต้เกสเฮาส์ ลืมอาหารกลิ่นกระหรี่ แล้วนั่งจิบชาไจชมวิวหลักล้านที่หาได้ยากอย่างมีความสุขปนหนาว

Leh Ladakh_Tsomoriri 6
บรรยากาศตอนดวงอาทิตย์ตก 

ถ้าเทียบความงาม ที่นี่เราว่าความสวยงามสูสีกับ pangong มากมาก ถ้าเทียบเรื่องความยิ่งใหญ่ทะเลสาบปันกอง กว้างใหญ่กว่ามาก แต่เราว่าที่นี่เป็นความเล็กพริกขี้หนู เป็นความเล็กที่ครบเครื่อง เล็กกว่าแต่สงบกว่า ส่วนตัวเราชอบที่นี่ มากกว่า pangong ส่วนเพื่อนเราชอบที่ pangong มากกว่า สองที่นี่แย่งชิงตบตีการเป็นที่หนึ่งในแก๊งนักเดินทาง 12 คน แต่ยังไงก็เป็นที่ที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ต้องเติมเข้าไปในแพลน !
ตัวประกอบ ไม่ได้เป็นตัวประกอบเสมอไปหรอก บางทีตัวประกอบอย่าง Tsomoriri อาจจะเป็นพระเอกสำหรับใครบางคน รวมทั้งเราเอง
Leh Ladakh_Tsomoriri 3

Leh Ladakh_By Aoae_171112_0408
เรียงหินเพื่อให้ความเคารพ และขอพรเทพเจ้าในพื้นที่ 

การเดินทาง : ห่างจากเลห์ ประมาณ 7-8 ชั่วโมง  ( หรือจะเดินทางจาก pangong lake เลยก็ได้ค่ะ ถ้าร่างกายยังไหว )   บรรยากาศระว่างเดินทางสวยมาก เป็นระหว่างทางที่ลืมไม่ลงเลย เส้นทางนี้ห้ามหลับตา หลับเมื่อไหร่พลาดเมื่อนั้น
TIP : ช่วงหน้าหนาวที่นี่จะอุณภูมิ – 45 องศา ( แค่คิดก็ขนลุก ) ชาวบ้านจะย้ายไปพักที่เมืองเลห์ ถือเป็นช่วงฮอลิเดย์ของเค้า ใครจะเดินทางมาช่วงหน้าหนาวจะหาที่พักและอาหารยากสักหน่อย ขนาดเรามาช่วงต้นหน้าหนาวยังหาที่พักยากนิดหน่อย ออซิเจน เครื่องหนาว และอาหาร ยังเป็นเรื่องสำคัญมากมากที่ต้องเตรียมมาค่ะ และที่พลาดไม่ได้คือ ออกซิเจนกระป๋อง ปันกองว่าอากาศบางแล้วที่นี่บางกว่ามากค่ะ หนาวจนเหน็บและเหนื่อยหอบมาก เดินไปสักพักก็หน้าม่วงๆกันแล้ว หายใจไม่ทัน เตรียมไปไว้รัวรัวเลยจ้า


017  Tso Kar

Leh Ladakh_tsokar lake 1_
Leh Ladakh_tsokar lake 5

          Tsokar Lake ทะเลสาบสีขาว ตอนแรกเราคิดว่ามันน่าจะขาวจากหิมะ แต่ แต่ความจริงแล้วมันคือทะเลสาบเกลือ จากที่เราเคยเจอแค่นาเกลือ ไปเจอทะเลสาบเกลือนี่เป็นสิ่งเซอร์ไพรพอควร ที่นี่เป็นเพียงพิกัดที่พวกเราแวะเพราะเป็นทางผ่าน ขากลับจาก Tsomoriri เป็นทะเลสาบที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรเลย แต่เป็นพิกัดที่เหนือความคาดหมายมากมาก  ชอบที่สีขาวของเกลือตัดกับหญ้าสีทอง และภูเขาสะท้อนน้ำแบบนี้ รูปโปรไฟล์ใช้ได้เป็นปีเลยล่ะ

Leh Ladakh_tsokar lake 3Leh Ladakh_tsokar lake 2Leh Ladakh_tsokar lake 4

หมายเหตุ : เนื่องจากเป็นทะเลสาบเกลือ พื้นดินเลยมีความชื้นสูง รถติดหล่มได้ง่าย อย่าขับรถเข้าไปลึก ใช้การเดินเข้าไปแทนค่ะ พวกเราติดหล่มมาแล้ว เข็นกันสนุกเลย

Leh Ladakh_กล้องโอ_171112_0068.JPG
รถติดหล่มเกลือจ้าา ผู้ชายเข็น ผู้หญิงชี้นิ้ว

018 ON THE WAYLeh Ladakh_IMG_8048

ระหว่างทางกับจุดหมายสำคัญพอพอกัน ระหว่างทางในเลห์สวยมากมาก ทริปนี้ถ่ายภาพมาเกือบ 5,000 ภาพ ผ่านมาเดือนนึงแล้วยังดูไม่หมดเลย ฮ่าๆ เยอะมากจนตาลาย ตอนเขียนนี่ก็เลือกแบบคล่าวๆสุ่มๆเอาเลย  (ย้ำอีกที ของจริงสวยกว่าในภาพมากมาก ) Leh Ladakh_Leh2017IMG_8518
Leh Ladakh_IMG_7662Leh Ladakh_IMG_7894Leh Ladakh_IMG_7881Leh Ladakh_IMG_7906-2

Leh Ladakh_IMG_7874
อลิสอินวันเดอร์แลนด์ 🙂 ทุ้งหญ้าที่นอน มีก้อนหินเพื่อนฉี่อยู่ไกล้ๆ

สุดท้าย ชอบที่ไหนก็หยิบจับมาเป็นแผนการเดินทางของตัวเองได้เลยจ้า   การันตีเลยว่า มาเลห์ลาดักห์ไม่รักก็บ้าแล้ว !! ส่วนใครจะจัดทริปไปทัชมาฮาลต่อแบบเราก็ได้ค่า จากนิวเดลีไปอัคราต่อได้ไม่ยาก  เราเขียนไว้ตามไปอ่านได้เลยค่ะ Tajmahal : เยือนสิ่งมหัศจรรย์ของโลก ชมสถาปัตยกรรมแห่งความรัก


ภาคผนวกจ้า การเตรียมตัวก่อนไปเลห์

บินสายการบินไหนดี ?

Leh Ladakh_IMG_8230
สนามบิน เลห์ ลาดักห์

นิยามของเราคือบินอะไรก็ได้ที่ถูกที่สุด แต่สิ่งที่ควรระวังคือสนามบินอินเดียมีหลาย terminal ซึ่งแต่ละ terminal จะห่างกันมากมากมาก ถ้าบินสายการบินคนละ terminal ก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางหน่อยค่ะ
จากไทยยังไม่มีบินตรงไปเลห์ ต้องมาต่อเครื่องที่นิวเดลี แนะนำให้เผื่อเวลาหน่อย เพราะ E- visa กว่าจะผ่านตม.นี่ต้องใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง  ( อ่านเพิ่มเติมคลิกจ้า >>  E-Tourist Visa India | วิธีการขอวีซ่าอินเดียออนไลน์ อย่างละเอียด )  ยิ่งถ้าต่อเครื่องคนละ terminal แล้วยิ่งต้องเผื่อเวลาเยอะๆ เพราะแต่ละ Terminal อยู่ห่างกันมาก เราว่าเผื่อเวลาสัก 6 ชั่วโมง  ( ผ่าน ตม. + รับกระเป๋า 2.3 ชั่วโมง , เช็คอินโหลดกระเป๋า ภายในประเทศ 3 ชั่วโมง ) สายการบินอินเดียมักเจอ over booking บ่อย เพราะฉะนั้นเคาเตอร์เปิดปั๊ป ควรรีบไปเช็คอินเลยค่ะ ไม่รู้พี่แขกจะมาไม้ไหน   อ่านเพิ่มเติม   คลิกจ้า >> ข้อควรรู้เกี่ยวกับสนามบินอินเดีย ( รู้ก่อนชนะแขกก่อน)


รู้ไว้ก่อนไปเลห์

1.อาหารที่เลห์จะเป็นมังสวิรัต กะหรี่ ผัก ไข่ เป็นหลักค่ะ เราแนะนำว่าให้เตรียสเบียงส่วนตัวไปนะคะ อาหารแห้ง ปลากระป๋อง หมูแผ่น หมูหยอง มาม่า ปลากระป๋อง แกงสำเร็จรูป น้ำปลาพริกแบบซองเหมือนที่แถมใน 7-11  แม็กกี้ น้ำพริกทุกชนิด ( อันนี้สำคัญมาก)  ผักกาดดอง  ( นี่ก็แรไอเทม ไว้กินคู่ข้าวต้มคือแซ่บ)  พวกนี้ช่วยชีวิตได้มากจริงๆ เชื่อชั้นสองสามมื้อพวกเธอก็จะเบื่อแกงกะหรี่จะอ้วกแล้ว

Leh Ladakh_IMG_5658
อาหารประจำชาติ แกงกะหรี่ถั่ว
Leh Ladakh_IMG_5654
อาหารประจำกอง ข้าวผัด + หมี่ผัด เค็มมากจนต้องเอามาผสมกันแล้วคลุกน้ำพริก
Leh Ladakh_IMG_5749
ร้านอาหารดีดีในเมืองก็มีนะคะ แต่เอาที่แร้นแค้นสุดมาให้ดู จะได้ทำใจไว้ก่อน

                อาหารประจำชาติ และช่วยชีวิต มาม่าค่ะ  หน้าตาไม่น่ากินเพราะต้มรวมกันทุกรสที่มีแต่รสดีย์ค่ะ
กะหรี่ก็ทานได้นะ รสชาติไม่แย่ อร่อยดี แต่แย่ตรงที่กูต้องกินมันทุกวันนี่แหละ เห็นแล้วก็เอือม  ในเมืองเลห์มีร้านอร่อยๆ เยอะเลย ทั้งอาหารจีน อาหารไทย อาหารฝรั่ง ให้เลือกเยอะค่ะ ไม่ต้องกังวลมาก แค่ออกนอกเมืองไปแล้วตัวเลือกก็จะน้อยลง จนไม่มีตัวเลือกเลย เมนูแนะนำคือข้าวไข่เจียว ข้าวคลุกน้ำพริกนี่คือที่สุดละ

2.การเดินทางใช้เวลานาน อาจต้องหิ้วท้องรอ กว่าจะได้ทานข้าว และอาจจะทานอาหารไม่ตรงเวลาระหว่างเดินทางควรเตรียมถุงยังชีพที่มี snack & energy bar ไปด้วย อาทิ หมูฝอย, หมูแผ่น, Energy Bar,เนยถั่ว นูเทลล่า  ( ขนมปังซื้อที่เลห์ได้ค่ะ) ,ข้าวมือถือ , กล้วย , ผลไม้ , ช็อกโกแลตแท่งไว้เติมพลัง  ( ใครที่เป็นโรคกระเพราะเตรียมเสบียงไป ดูแลตัวเองนะคะ  พวกผลไม้หาซื้อได้ที่เลห์ แนะนำซื้อจากในตัวเมืองค่ะ นอกเมืองจะเจอผลไม้เน่าๆซะเยอะ อย่าเชื่อแขก แม้แขกจะหน้าตาหล่อมาก็ตาม  ซื้อสองโลเน่าโลนึง อิสัส!! )

Leh Ladakh_IMG_5736
ผักผลไม้ จัดดิสเพลได้สวยทุกร้าน สีสันดี เทคนิคการรักษาด้วยอากาศหนาวๆและฝุ่นหนาๆ

3.เนื่องจากที่เลห์ฝุ่นเยอะ รวมถึงสุขลักษณะต่างๆ ยังไม่ดีเท่าไหร่ เราควรเตรียมทิชชูเปียก แอลกอฮอล์เจล ผ้าปิดปากหรือหน้ากากกันฝุ่น ไปด้วย หน้ากากนอกจากช่วยกันฝุ่นยังช่วยกันหนาวได้ด้วย แนะนำเอาไปหลายอันเลย เพราะวันแรกก็ฝุ่นติดจนเยินหมดแล้ว

4.แดดที่เลห์นั้นแรงแต่อากาศหนาว-แห้ง ควรเตรียมหมวก เตรียมลิปมันไปทาปาก โลชั่นครีมไว้ทาหน้าทาตัวกันผิวลอกคราบ กันแดดห้ามขาดหนาวแต่แดดแรง เดี๋ยวจะตัวดำ แว่นกันแดดก็ไม่ควรขาดค่ะ

5.อากาศที่นั่นแห้ง เราควรดื่มน้ำ จิบน้ำบ่อยๆ กระป๋องน้ำแบบเก็บน้ำร้อนได้ นี่คือดีย์เบอร์ตอง เพราะการจิบน้ำอุ่นๆตอนหายใจไม่ออกแบบหนาวๆ นี่ช่วยได้มากเลย นอกจากหายหนาวแล้ว การจิบน้ำบ่อยๆยังทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นด้วย

6.อากาศหนาวๆ ถึงหนาวมากสำหรับคนเขตร้อนแบบพวกเรา เสื้อหนาวที่กันหนาวมากมากได้ ขนเป็ดขนห่าน ควรเตรียมไปสักตัวเป็นอย่างน้อยค่ะ ( ใส่ซ้ำยาวยาว)  ลองจอน หมวก ถุงมือ ถุงเท้า อุปกรณ์ให้ครบค่ะ เพราะที่เลห์ที่พักจะไม่มีฮีสเตอร์ หรือผ้าห่มไฟฟ้าให้ มีแค่ถุงน้ำร้อนให้ อากาศหนาวแบบ -15 แปปแปปถุงน้ำร้อนกลายเป็นถุงน้ำเย็นแล้ว อิดอกก เพราะฉะนั้น เครื่องหนาวต้องพร้อมค่ะ

Leh LadakhIMG_0940
ถ้าอุปกรณ์กันหนาวไม่พร้อมก็จะมีหน้าตาแบบนี้ค่ะ หนาวน้ำตาหยดแหมะ

7.แผ่นแปะความร้อน ไว้แปะตามเสื้อผ้า / แปะเท้า / แบบกำมือ ช่วยชีวิตได้มาก  เราสั่งที่ร้าน Blossom  (ตามไปสั่งได้เลยค่ะ แม่ค้าใจดีมาก ) ช่วยได้มากเลย ไม่แพงด้วย ซื้อเตรียมไปเลยค่ะ แปะให้หมดทั้งร่าง เมิงหนาวแน่ ร้านมีชุดกันหนาวแซ่บๆให้เช่าด้วย เช่าไปเพิ่มเติมก็ได้ค่ะ ถูกกว่าซื้อใหม่ แถมได้ถ่ายรูปแบบแซ่บแซ่บด้วย

Leh Ladakh_283944
หนาวจนน้ำเป็นน้ำแข็ง

8.กระเป๋าแบ่งเสื้อผ้า เนื่องจากเราต้องเดินทางไปนอนที่อื่นด้วย ให้แบ่งสัมภาระใส่เป้ใบน้อยไป จะสะดวกในการเดินทางค่ะ รถเราจะได้มีพื้นที่ให้รังสรรค์ยืดขายืดแข้ง  ( ที่พักเราคุณป้าแคนรูนให้วางของไว้ที่ห้องได้เลยค่ะ เลยสบายหน่อย หยิบๆ ขึ้นรถได้เลยไม่ต้องเก็บกระเป๋าบ่อย )

9.เราจะนั่งรถกันนานมาก มากกกกกแบบเบอร์แรง บนถนนที่ขรุขระ เพราะฉะนั้นเราจะใช้ชีวิตอยู่บนรถนานมาก หากิจกรรมทำส่วนตัวกันเองนะคะ ไพ่ / หนังสือ /เพลง / หมอนรองคอ ผ้าห่ม  / เพลง หรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้ตัวเองนั่งรถได้สบายที่สุด ดูแลตัวเองนะคะ

10.กล้องถ่ายรูป แบตสำรอง เตรียมกันไปเองนะคะ อากาศหนาวๆ แบตจะเสื่อมได้เร็ว แบตหมดเร็วมากกกกกก ทุกอณูที่ผ่าน

11. attitude sickness อันตรายมาก อย่าฝีนตัวเอง ใครไม่มั่นจิ๋ม แนะนำกินยา diamox ไปก่อน 24-48 ชม. ก่อนเดินทางนะคะ  แข็งแรง ออกกำลังกายบ่อย ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เป็นโรคนี้นะคะ ถ้าไม่เคยเดินทางสูงระดับนี้มาก่อน แนะนำว่าให้กินยาป้องกันค่ะ หรือเคยขึ้นที่สูงแบบนี้มาแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าไปอีกจะไม่เป็นนะคะ เป็นโรคที่พูดยาก กินแล้วจะมีอาการข้างเคียงบ้างนิดหน่อย เช่น ลิ้นชา ปากเบิน ต่อมรับรสได้น้อยลง ซึ่งอาการข้างเคียงแล้วแต่ละคน มีอาการไม่เหมือนกัน แต่ยังไงก็ดีกว่าป่วยแบบหัวจะแตกตาย อ้วกไม่หยุดแหละโน้ะ สรุปอีกที แดกยาด้วยค่ะ สำคัญสัส   ( ยานี้อยู่ในควบคุมจะหาซื้อยากหน่อย แนะนำตามหาตามร้านขายยาใหญ่ๆ)

12.บุหรี่ และแฮลกออล์อันตรายมาก สำหรับพื้นที่ที่อากาศบางขนาดนี้ แนะนำให้งดก่อนเป็นดีค่ะ แต่แอลกอฮอล์ก็หายากอยู่ มีเบียร์ตามร้านอาหารที่พอหาได้ แต่ถ้าในตลาด หรือนอกเมืองไปน้ำอัดลมยังหาไม่ได้เลยจ้า ชาเท่านั้น

Leh Ladakh_By Aoae_171112_0159
เปลี่ยนจากชนแก้วเหล้า เป็นชนแก้วชาไจ 

13.ออกซิเจนกระป๋อง  ซื้อติดรถไว้เลยจ้า ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิด  หายใจไม่ออกเมื่อใดฉีดเข้าจมูกไปเลยจ้า ซื้อได้ตามร้านขายยาที่เลห์ค่ะ หาซื้อง่ายไม่ต้องพกจากไทย ( แต่ร้านที่เลห์ปิดเร็ว รีบซื้อไว้ก่อนค่ำนะคะ )

14.ด้วยความหนาวที่สามารถทำให้น้ำในขวดแข็งเป็นน้ำแข็งได้นั้น เราคิดว่าอาจจะไม่ได้อาบน้ำกันสักเท่าไหร่ สเปรย์ฉีดผมโดยไม่ต้องสระ ทิชชูเปียก เกงในเยอะๆ สเปรย์ต่างๆ น้ำหอม น่าจะช่วยชีวิตเพื่อนๆที่เดินทางกับเราได้ ฮ่าๆ  ( เราไป 7 วัน อาบน้ำสองครั้งค่ะ )

15.อินเตอร์เนตที่เลห์ หายากดั่งทอง ในเมืองเลห์ยังพอหาได้บ้าง แต่นอกพื้นที่นี่เงียบสนิท ไม่ต้องหวังเปิดโรมมิ่ง ไม่ต้องหวังซื้อซิมให้เปลืองเงิน บอกญาติพี่น้อง พ่อแม่ไว้ให้ดี จะได้ไม่มีใครเป็นห่วง

16.ประกันการเดินทาง เราว่าสำคัญมากมากเพราะชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนค่ะคุณ สายการบินก็ดีเลย์บ่อย บินไม่ได้บ้าง ที่นั่งเต็มบ้าง อากาศแปรผันบ้าง หิมะตกปิดถนนเดินทางไม่ได้บ้าง ถ้าแจ๊คพอตอาจจะเจอเข้าสักอัน แต่เราโชคดีไม่เจอเหตุการณ์แบบนี้เลย

17.ถ้าเลือดออกทางจมูก ไม่ต้องตกใจ นั่นเป็นอาการของคนที่หนาวจนเส้นเลือดฝอยแตกจ้า ร่างกายเมิงปรับตัวไม่ทันจ้า  กลับมาไทยจะมีอาการต่อเนื่องอีกประมาณ 1 อาทิตย์ ไม่ต้องเขียนพินัยกรรมค่ะ ยังไม่ตาย

Leh Ladakh_IMG_7180
วิธีการรักษาอาการเลือดออกจมูก

18.ยาอม ยาดม ยาหม่อง บ๊วย แอปเปิ้ล ช่วยบรรเทาอาการเมารถ ได้เป็นอย่างดี บอกแล้วว่านั่งรถนาน แถมถนนแต่ละเส้นเหมือนผ่าภูเขา

19.ทิชชูเปียก ผ้าถุง ร่ม ก็สำคัญสำหรับผู้หญิง ที่หน้าบางบาง ไม่สะดวกเข้าห้องน้ำแบบ open air หรือ stone toilet เจอก้อนหินตรงไหนฉี่ได้ทันที (ยกข่าได้ฉี่ใส่หินเลย เหมือนหมาเลยโน้ะ)  ก็เอาผ้าถุงไปคลุมตอนฉี่ เอาร่มไปกางกลางทุ่ง แล้วเช็ดด้วยทิชชูเปียก ก็จะทำให้สุนทรีย์ตอนขับถ่ายดีขึ้นมากค่ะ เพราะห้องน้ำระหว่างทางในอินเดียคือส้วมหลุมเราดีดีนี่เองค่ะ  หรือใครจะเอาถุงฉี่แบบพกพาไปก็ไม่ว่ากัน แต่เราว่าเลือกวิวสวยๆแล้วตะโกนบอกคนขับรถว่า Tolilet Tolilet แล้วนั่งฉี่ชมบรรยากาศ เหมาะสมที่สุด  แค่อย่าลืมเก็บทิชชูมาทิ้งด้วยแค่นั้นพอ

Leh Ladakh_IMG_7850
ถ้าไม่มีร่ม/ผ้าถุง ก็ใช้ก้อนหินแบบพวกเราได้ค่ะ ก้อนหินก้อนนั้นที่เราเยี่ยวยามปวด

Leh Ladakh_IMG_7211

Leh Ladakh_มือถือ นินิว รวม_171112_0062
ถ้าไม่เข้าห้องน้ำธรรมชาติก็ใช้ห้องน้ำแบบหลุมแบบนี้ก็ได้จ้า ตามอัธยาศัย

20. เลห์ไปกี่คนดี / ไปคนเดียวได้ไหม ?
เราว่าไปกี่คนก็ได้ ไปคนเดียวก็ได้ ไปสองคนก็ได้ แต่จะสนุกที่สุดตอนได้ทำอะไรบ้าบ้ากับเพื่อนเยอะๆ เวลาที่นานที่สุดคือเวลานั่งรถ ได้หัวเราะกับการเลือกโลเกชั่นเยี่ยว ได้ช่วยกันเช็ดอ้วก ได้แทะโลมคนขายผลไม้ ได้ลุ้นว่าข้าวที่เรากินใช้จานเดียวกับหมาหรือเปล่า ได้กินข้าวร่วมสาบาน ได้นอนกอดกันตอนหนาว ได้แย่งกันถ่ายรูป  เราว่ามันเป็นความบ้าที่หาไม่ได้แล้วจากทริปอื่น

Leh Ladakh_By Aoae_171112_0310
หนาวเป็นหมู่คณะ
Leh Ladakh_By Aoae_171112_0294
บ้าเป็นหมู่คณะ

รถ โรงแรม ที่พัก จองยังไงอ่ะแก๊
เลห์ เป็นพื้นที่พิเศษ ต้องใช้คนท้องถิ่นในการเดินทางเท่านั้น ถึงเค้าไม่บังคับ ก็อยากบังคับให้ใช้คนในท้องที่เพราะว่าเส้นทางค่อนข้างอันตรายหน่อยๆ เราติดต่อทุกอย่างผ่านทาง ซาลีม  ( จริงๆติดต่อไปสองสามราย แต่ซาลีมราคาดีสุด และรีวิวจากคนไทยเยอะ เชื่อถือได้ ) ห้องพัก + รถ + เอกสาร permit ต่างๆ ซาลีมจัดให้ได้ทั้งหมด ส่วนใครจะติดต่อแยกเองก็ได้ค่ะ คิดว่าราคาคงถูกลงหน่อย แต่ติดต่อซาลีมก็จะอุ่นใจเพราะซาลีมช่วยดูแลและรับผิดชอบให้ทั้งหมด พร้อมดูแลและแนะนำดีมากมาก
ติดต่อซาลีมได้ที่ FB :  https://www.facebook.com/reeyulguesthouse.leh  ซาลีมตอบเร็วไม่มาก แต่ก็ถือว่าเร็วเมื่อเทียบกับอินเตอร์เนตในเลห์
รถจะมีหลายขนาด ขนาดที่คุ้มทุนสุดคือ Tempo Van แบบทริปเรา เลือกขนาดรถตามจำนวนคนเดินทางอีกที คุยกันได้ สลับเปลี่ยนแผนอะไรได้หมดเลย  รถโอเคมากเลย ทนแดด ทนฝน ทนหิน ทนทุกอย่าง ไม่มีปัญหาอะไรเลย  ยกเว้นตอนรถติดหล่ม ฮ่าๆ ( ซาลีมจะรับเงินทีเดียวตอนจบทริป ไม่ต้องกลัวโดนโกงอะไรเลย นางน่ารักมากมาก )

Leh Ladakh_DSCF6170
Tempo Van 15 ที่นั่ง แต่แนะนำไม่ควรเกิน 12 คน ( 12 คนก็แน่นแล้วค่ะ ถ้า 10 คนจะกำลังดี )

คนขับเราชื่อจิ๊กมิด น่ารักมากมาก แต่จะพูดอังกฤษไม่ค่อยได้   ก็จะพยายามคุยกันหลากหลายทาง มีอยู่ตอนนึงพวกเราอยากเจอ  marmot แต่จิ๊กมิดไม่รู้จักพยายามสื่อสารกันสักพักก็ไม่รู้เรื่อง ก็เลยวาดรูปโชว์เผื่อนางจะเข้าใจ  พอวาดรูปไปดูนางจะงงหนักไปอีก สุดท้ายพวกเราก็อดเจอ ฮ่าๆ เป็นข้อคิดว่าเออกูควรเซฟรูปใส่มือถือมาบ้างนะ

Leh LadakhIMG_0876
marmot จากพวกเรา ไม่ต้องสงสัยทำไมจิ๊กมิดดูไม่ออก  ( ดิฉันยังดูไม่ออกเลยค่ะ )
284161
บางทีก็คิดว่าศิลปะคืออะไร 🙂
Leh Ladakh_By Aoae_171112_0424
ส่วนใครเป็นสิงห์นักบิด จะขับมอเตอร์ไซค์ก็เท่มากมาก เตรียมใบขับขี่สากลไปด้วยค่ะ

ส่วนที่พักนอกเมืองเช่น pangong lake , tsomoriri lake เราไม่ได้จองล่วงหน้า ไปหาเอาเลยได้ ช่วงหน้าหนาวจะปิดซะเยอะ แต่มีที่พักให้แน่นอนค่ะ ใครไม่มั่นใจจะจองล่วงหน้าก็ได้ค่ะ  ส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นก็จะทำงานบ้างไม่ทำงานบ้าง แล้วแต่ดวง แต่ที่ pangong / tsomoriri หยุดคิดเรื่องการอาบน้ำเลย ที่พักจะมีแค่น้ำร้อนให้ห้องละถังตอนเช้าเท่านั้น  ( น้ำยาบ้วนปาก ยาวไปเลยจ้า โดนน้ำนิดเดียวมีช๊อต )

Leh Ladakh_IMG_5671
วิวจากที่พักที่ pangong lake

ถ้าอ่านจบมาถึงตรงนี้ หรือดูเฉพาะรูปจบมาถึงตรงนี้แล้ว
คงไม่ต้องลังเลห์ อะไรอีก ตามไปจองตั๋วเครื่องบินได้ที่นี่เลยจ้า 🙂  https://www.traveloka.com/th-th

แล้วเจอกันอีก 
จูเล่ !! 

3 thoughts on “Backpack Leh Ladakh | เลห์ ลาดักห์ ใบไม้เปลี่ยนสี

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s