Nagoya |นาโกย่า ทริปสั้นๆความสุขยาวยาว

ปลายใบไม้ร่วง ต้นฤดูหนาว ช่วงเวลาปลายปีก่อนสิ้นปีแบบนี้ เรามักจะอยากหาทริปสั้นสั้นที่อบอุ่นมากมาก เพิ่มพลังให้ตัวเองก่อนลุยงานจนจบสิ้นปี จนกลายเป็นทริปนี้ 5 วัน 4 คืนสั้นๆ ที่นาโกาย่า

การเตรียมตัวก่อนไปนาโกย่า !

  • เดินทางด้วยสายการบินไหน? สามารถบินตรงจากกรุงเทพฯได้เลย เราเลือกบินกับแอร์เอเชียเจ้าประจำเช่นเคย ดอนเมือง – นาโกย่า ในช่วงหน้าหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – เมษายน มีเที่ยวบินทุกวันวันละ 1 ไฟล์บิน ( ส่วนเดือน พฤภาคม – ตุลาคม มีเที่ยวบินทุกวัน จันทร์ พุทธ ศุกร์ เสาร์ และวันอาทิตย์ )เครื่องบินไปนาโกย่าเป็นเครื่องใหญ่กว่าปกติ ที่นั่งกว้างเหยียดขาได้สบายมาก  มีที่นั่งเป็น 2-4-2 

แอร์เอเชียเป็นสายการบินเดียวในไทยที่มีบินตรงจากกรุงเทพ – นาโกย่า มาพร้อมราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นเพียง 2,990 บาท* ต่อเที่ยว  จองผ่าน www.airasia.com ได้เลยจ้ะ อย่าลืมสมัครสมาชิก BIG นะคะจะได้รับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และราคาพิเศษสำหรับสมาชิกของแอร์เอเชียด้วยค่ะ

  • Simcard ? ส้มปอยใช้ Sim2 fly ของ Ais ในญี่ปุ่นอินเตอร์เน็ต แรงเร็ว ลื่นไหลดีอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเที่ยวญี่ปุ่นมาก เพราะส้มปอยชอบเปลี่ยนแพลนบ่อยๆ ใช้เช็ครอบรถบัส รถไฟ และติดต่อโรงแรมกรณีเดินทางไปถึงล่าช้า มั่นใจได้ว่าถึงแพลนจะเปลี่ยนยังไงเราก็เดินทางได้สะดวกแน่นอนค่ะ แถมคนญี่ปุ่นยังไม่ค่อยใช้ภาษาอังกฤษมีอินเตอร์เน็ตแล้วก็สบายใจได้ใช้เป็นเครื่องแปลภาษาตอนสั่งอาหารได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ
  • VISA ? ญี่ปุ่นฟรีว่าซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไม่เกิน 15 วันค่ะ ทริปนี้เรามาแค่ 5 วันเอง เพราะฉะนั้นไม่ต้องทำวีซ่าค่ะ เตรียมแค่วงเงินบัตร visa ไปชอปปิ้งเพียงพอค่ะ
  • ที่พัก เรื่องที่พักส้มปอยจองผ่าน shopback แล้วเลือกช่องทางจองปกติได้เลยค่ะ เช่น booking.com | Agoda | Trip.com แค่กดลิงค์ผ่าน shopback ก่อนจะได้รับสิทธิ์เงินคืน 6-12% แล้วแต่โปรโมชั่นแต่ละช่วงค่ะ
  • เงิน ? ญี่ปุ่นใช้เงิน JPY อัตรตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยแล้ว ให้เอาเงินญี่ปุ่นหารด้วย 3 จะได้เป็นเงินไทย โดยค่าเงินมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาค่ะ ถ้าเจอถูกเมื่อไหร่ แลกเก็บกันไว้ได้เลยค่ะ
  • อาหาร ส้มปอยชอบอาหารญี่ปุ่นมาก เป็นสวรรค์ของอาหารที่ละเมียดละมัยและสนุกในการสุ่มทานแต่ละร้าน ยิ่งร้านที่ไม่มีเมนูภาษาอังกฤษยิ่งสนุก ร้านมินิมาร์ทยังอร่อยมาก ( เคยรีวิวอาหารในคอมบินิญี่ปุ่นไว้ >> คอมบินิญี่ปุ่น คลิกที่นี่ ส้มปอยเลยไม่เคยเตรียมอาหารแห้งจากไทยไปเลย แต่ถ้าใครไม่ไหวจริงๆ เตรียมพวกน้ำจิ้มซีฟู๊ด หรืออะไรแซ่บๆไปด้วยก็ได้ค่ะ

  • เที่ยวยังไงดี มีที่ไหนน่าเที่ยวบ้าง ? ในตัวนาโกย่าเองถือเป็นเมืองที่มีประชากรใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของญี่ปุ่น เรียกได้ว่าเป็นเมืองใหญ่มากทีเดียว ที่เที่ยวเฉพาะนาโกย่าก็มีเยอะมาก แถมที่เที่ยวละแวกใกล้เคียงก็น่าโดดเด่นมากมาก

ดูจากแผนที่จะเห็นว่า นาโกย่าเป็นเมืองตรงกลางระหว่างเมืองใหญ่อย่างโตเกียวและเกียวโต ถ้าใครอยากไปโตเกียวหรือเกียวโตด้วย ก็สามารถพ่วงทริปเข้าไปได้ เช่น บินลงนาโกย่า แล้วบินกลับจากเกียวโต หรือโตเกียว แต่ถ้าไม่ชอบการเดินทางใกลใกล ก็แนะนำบินกลับทางเกียวโตค่ะ เพราะใกล้มากแค่ 35 นาทีเอง ส้มปอยสรุปที่เที่ยวใกล้นาโกย่าไว้สั้นๆ ตามนี้ค่ะ

Takayama เมืองเล็กๆที่ไม่เล็กเมื่อเทียบกับเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ ยิ่งเดินยิ่งเพลิน ยิ่งเดินยิ่งสนุกมากมากค่ะเมืองนี้ และ

Kamikochi ที่นี่ได้รับชื่อว่าแดนสวรรค์ของเทือกเขาแอลป์ เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ ไฮกิ้งเบาเบา เดินชมวิวไปเรื่อยๆ ช่วงหน้าร้อนก็มีเส้นทางแทรกกิ้ง แต่ช่วงหน้าหนาวแค่เดินดูสีใบไม้ตัดกับหิมะที่เริ่มมาก็เพลินแล้วค่ะ

Shirakawago หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ได้รับการันตีเป็นมรดกโลก กับบ้านหลังคาสามเหลี่ยม ที่นี่เป็นที่นิยมมาในช่วงหน้าหนาว แต่ส้มปอยว่าช่วงต้นหน้านาวใบไม้ยังเปลี่ยนสีอยู่ก็สวยมากเช่นกันค่ะ

บรรยากาศ shirakawago หน้าหนาว
บรรยากาศ shirakawago หน้าหนาว

Shizuoka เป็นเมืองที่เห็นภูเขาไฟฟูจิได้จากทุกที่ เป็นอีกเมืองที่ส้มปอยรักมาเลยค่ะ เดินทางจากนาโกย่าแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง

Kyoto ใบไม้เปลี่ยนสีที่ฮอตที่สุดในญี่ปุ่นต้องเกียวโตเลยค่ะ ช่วงต้นพฤศจิกายนเป็นช่วงเริ่มต้นของใบไม้เปลี่ยนสีที่เกียวโตเหมือนกัน ใครอยากเปลี่ยนบรรยากศก็ไปต่อเมืองนี้ได้เลยค่ะ นั่งรถไฟแค่ ~40 นาทีเท่านั้นค่ะ

Tokyo เมืองที่รักมากมาก เพราะอาหารอร่อยเยอะดี ต้นพย. ก็เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเหลืองอร่ามทั่วโตเกียวเช่นกันค่ะ เป็นอีกตัวอีกเมืองที่ดีมากมาก และสามารถเดินทางร่วมกันได้กับรูทนี้ค่ะ

เห็นมั้ยบินลงนาโกย่ามีที่เที่ยวเยอะมาก ทั้งตัวเมืองนาโกย่าเองหรือที่เที่ยวใกล้เคียง แต่ทริปนี้ส้มปอยมีเวลาแค่สั้นๆ ปลายปีที่วันลาไม่ค่อยจะมีเหลือ เป็นช่วงก่อนจะเฉลิมฉลองโบนัสจะออก และก็เป็นช่วงที่อ่อนเพลียจากการทำงานมาทั้งปีเช่นกัน ทริปนี้ส้มปอยก็เลยเลือกกิจกรรมเดินเล่นท่ามกลางธรรมชาติอย่าง kamikochi และ Shirakawago ปิดท้ายด้วยเมืองที่เสน่ห์ล้นอย่างนาโกย่า

แผนการเดินทาง นาโกย่า

Day 1 | Bangkok – Nagoya – Takayama

เริ่มต้นด้วยเดินทางจากสนามบินดอนเมือง โดยเดินทางด้วยสายการบินแอร์เอเชียเอ็กซ์ ถึงช่วงนี้จะยังไม่ได้เป็นช่วงไฮซีซัน แต่แนะนำให้เช็คอินออนไลน์มาจากบ้านแล้วมาโหลดกระเป๋าเพิ่มเอาจะรวดเร็วกว่ามากค่ะ
ไฟล์บินของนาโกย่าช่วงเดือน พฤศจิกายน – เมษายน XJ638 จะเริ่มบินตอนเวลา 02.15 -09.40 ใช้เวลาบิน 5 ชั่วโมง 25 นาที เบาะที่นั่งกว้างขึ้นกับเวลาเดินทางไฟล์ดึกแบบนี้หลับทีเดียวยาวถึงนาโกย่าแล้ว มาถึงนาโกย่า 09.40 ( เวลาเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง ) พร้อมเที่ยวได้ทันที ส่วน immigration ที่นี่ก็ง่าย สะดวก รวดเร็วตามมาตรฐานญี่ปุ่น วันนี้วันแรกเลือกเดินทางไปนอนที่ Takayama หมู่บ้านน่ารักกับเนื้อฮิดะที่เราอยากลิ้มรส

สามารถแลก Pass ตัวจริงได้ที่เคาท์เตอร์ Chubu International Airport Meitetsu Travel Plaza ในสนามบิน แล้วสามารถใช้พาสนั่งรถไฟเข้าเมืองได้เลย รวมค่าบริการอยู่แล้วค่ะ

“SHORYUDO Highway Bus Ticket” หรือ “SHORYUDO Bus Pass” กับัตรนี้ เป็นบัตรพาสรถด่วน สำหรับท่องเที่ยว ในเขต “SHORYUDO” (ตามชื่อพาส) ซึ่งอยู่ใน ภูมิภาคจูบุ (Chubu) แบบไม่จำกัดเที่ยว ในระยะเวลาและเส้นทางที่กำหนด โดยมีให้เลือก 3 เส้นทาง ดังนี้ค่ะ ( เลือกซื้อตามสถานที่ต้องการเดินทาง จำนวนวันและเวลาที่เดินทางนะคะ)

  • 3-Day Pass Takayama – Shirakawa-go – Kanazawa Course(7,500 เยน)
  • 3-Day Pass Matsumoto – Magome – Komagane Course(7,000 เยน)
  • 5-Day Pass Wide Course(13,000 เยน)

ทริปนี้ส้มปอยเลือกใช้ shoryudo 3 days pass เป็นพาสของรถบัส ( เส้นทางนี้รถบัสครอบคลุมมากกว่ารถไฟค่ะ ) ลองคำนวณดูแล้วซื้อเป็น Pass ราคาคุ้มกว่ามากเลยค่ะ แลกตั๋วได้จากสนามบินเลย พร้อมครอบคลุมการเดินทางจากสนามบินเลย ลงเครื่องปั๊ปเปิดบัตรแล้วนั่งรถเข้าเมืองได้เลยค่ะไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ใครไปไม่ถูกสอบถามที่ Tourist Information ได้เลยค่ะ

เคาเตอร์บริการแลก Pass

จากสนามบินเดินทางเข้าเมืองนาโกย่าด้วยรถไฟ ลงที่ สถานี Meitetsunagoya  ใช้เวลาเดินทาง ~37 นาที ( เวลารถไฟญี่ปุ่น แม่นยำและตรงเวลาเสมอเลยค่ะ) หลังจากนั้นเราต้องต่อรถบัสไปที่ Takayama ให้สังเกตป้าย meitetsu bus center เดินตามทางเรื่อยๆ ระหว่างทางจะเจอของกินตลอดทาง แนะนำซื้ออาหารไปทานบนรถบัสเลยค่ะ เราจะได้มีเวลาเที่ยว Takayama เยอะๆ ส่วนตัวส้มปอยชอบวัฒนธรรมการกินอาหารตอนเดินทางของญี่ปุ่น อาจจะเพราะอาหารญี่ปุ่นกลิ่นไม่แรง เลยมีวัฒนธรรมแบบนี้ได้ ถ้าอาหารไทย กินแกงไตปลา ผัดสะตอบนรถ ก็ดูจะทำเป็นการทำร้ายเพื่อนข้างเคียงอย่างรุนแรง

ไก่ + เบียร์ เพื่อนซี้นักเดินทางของเรา

ข้อควรรู้ :: meitetsu bus center อยู่ที่ชั้น 3 ให้ขึ้นลิฟต์ไป แล้วเข้าไปโชว์พาสและบอกเจ้าหน้าที่ ว่าไป Takayama ใช้เวลาเดินทาง 2.45 ชั่วโมง บนรถที่นั่งกว้างขวางดี นั่งสบาย มีห้องน้ำ ระหว่างทางแวะพัก 1 จุด ให้เข้าห้องน้ำหรือซื้อขอกิน

หลังจากมาถึงที่ bus center เมือง takayama ช่วงประมาณบ่ายสาม เราก็มุ่งหน้าเข้าที่พักเก็บของ สำหรับที่พักของเราคือ คือ relax hostel takayama station เป็น hostel ที่ทำเลดีมาก สะอาด ราคาประหยัด เราพักที่นี่ 2 คืน เป็นฐานหลัก ราคา 4,980 เยน หลังเช็คอินเรียบร้อย สิ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การเดินเล่นชมเมืองและเนื้อฮิดะที่เตรียมเช็คลิสมาจากบ้านแล้ว ร้านแรกของเราคือร้าน 千石屋 (Sengoku-ya) (อ่านเพิ่ม https://m.pantip.com/topic/34458522?)

อากาศช่วงต้นฤดูหนาว อยู่ที่ 4-6 องศา อากาศหนาวขนาดนี้กับการได้กินเนื้อฮิดะย่าง และเดินเล่นกินเพิ่มความหนาวให้ร่างกาย กินอิ่มแล้วก็เดินสำรวจบรรยากาศในเมืองทาคายาม่าเป็นเมืองสงบ เงียบเท่าที่ตัวเราจะอนุญาติให้เงียบ ใช้ชีวิตให้ช้าได้เท่าที่เราจะอนุญาติให้ช้า มนุษย์กรุงเทพที่ใช้ชีวิตเร็วกว่ารถไฟญี่ปุ่นต้องตกหลุมรักเมืองนี้แน่แน่

เดินไปเดินมาก็กินตลอดทาง จนมาเจอร้านนึงคนยืนต่อแถวยาวมาก อดไม่ได้ที่จะเข้าไปส่องตามสไตล์ไทยมุงของเรา (เราเชื่อว่าร้านไหนแถวยาวเอาร้านนั้นเลย อร่อยแน่) แล้วเราก็พบกับร้านซูชิหน้าเนื้อ โดยในร้านจะมี menu อยู่ 4 แบบ แบ่งเป็น

  • SetA ซูชิหน้าเนื้อ 2 คำ ราคา 800 เยน
  • SetB ข้าวห่อสาหร่ายหน้าเนื้อ+ไข่ 2 คำ 800 เยน
  • SetC ซูชิหน้าเนื้อ 2 คำ + ข้าวห่อสาหร่ายหน้าเนื้อ + ไข่ 1 คำ ราคา 1,000 เยน
  • SetX ซูชิหน้าเนื้อพรีเมี่ยม 2 คำ ราคา 1,000 เยน

สำหรับเรา เราเลือก C เพราะ 2 ชิ้นน้อยไป และไอ้กิน 2 แบบด้วย เราใช้เวลารอคิวประมาณ 40 นาที ถึงจะได้กิน 3 คำ แต่ เป็น 40 นาที ที่โคตรคุ้ม ฟินเฟ่อร์ เป็นซูชิหน้าเนื้อที่อร่อยมากจริงๆ ใครมา Takayama ห้ามพลาด!! อยากกินอีกเยอะเยอะ รอบหน้าสั่ง 2 ชุดเลยนะ

หลังจากเดินเล่น กินๆจนอิ่ม ก็กลับไปนอนซุกผ้าห่มอุ่นๆ เตรียมตัวออกไปให้ธรรมชาติโอบกอด หลับฝันดีเนื้อเต็มพุงเลยค่ะวันนี้


Day 2 : Kamikochi สวรรค์แห่งเทือกเขาเอลป์

ตื่นตอนเช้ารับความสดใสดวันนี้เรามีนัดกับ Kamikochi ค่ะ วันนี้เป็นวันธรรมชาติบำบัด คามิโคจิ เป็นหุบเขาในฝันที่อยู่สูงขึ้นไปทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่น ภาพสายน้ำของแม่น้ำอะซูสะที่ใสสะอาดดังเกล็ดแก้วไหลรินรอดผ่านสะพานคัปปะ และฉากหลังของยอดเขาสูงตระหง่านระดับ3,000เมตร เป็นทัศนียภาพที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น เป็นภาพที่เราจินตานาการเอาไว้ว่าต้องมาเห็นสักครั้ง !!

การเดินทางไปคามิโคจิ
1) ขึ้นรถบัสที่ Takayama Bus Terminal เพื่อนั่งรถบัสไปลงที่ Hirayu Onsen เส้นทางนี้สามารถใช้พาส Shoryudo Pass ได้เหมือนเดิม โดยไม่ต้องจองที่นั่ง โชว์พาสแล้วขึ้นรถได้เลยค่ะ
2.1) เมื่อลงรถบัสที่ Hirayu Onsen แล้ว ก็ต้องไปซื้อตั๋วไป Kamikochi ซื้อตั๋วแบบไป-กลับ ราคา 2,050 เยน แนะนำให้ซื้อแบบไป-กลับเลยค่ะ มีรถออกทุก 30 นาที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที (แนะนำให้ลงป้ายแรก Taisho Ike ก่อน แล้วเดินย้อนขึ้นไปค่ะ)
2.2)หรือใครที่ไม่อยากต่อรสบัสขึ้นๆลงๆ ก็ซื้อตั๋ว Nohi bus  เพิ่มก็ได้ค่ะ แบบไป-กลับ ราคา 5,040 เยน (แพงกว่ากันเท่านึง แต่สะดวกกว่าไม่ต้องรอรถ) ซื้อตั๋วที่ nohi bus center ที่อยู่ข้างๆสถานีรถไฟทาคายาม่าได้เลย หลังจากซื้อแล้วต้องเก็บตั๋วไว้ตลอด เพราะต้องใช้ทุกครั้งที่ขึ้นบัส

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-2018_1102_09310000

ส้มปอยเดินทางไปช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นช่วงปลายใบไม่ร่วง และเป็นต้นหน้าหนาวของที่นี่ ใบไม้เริ่มร่วงแล้ว แต่ก็ได้หิมะบนปลายยอดเขามาแทน ใบไม้สีน้ำตาลอบอุ่น สลับกับสีแดงแดงส้มส้ม และหิมะที่ปลายยอดเขา ในวันที่แดดอุ่นอุ่น และคนน้อยน้อยแบบนี้มันดีมากเลยแหละ

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03478
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-20181102_112324
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03349

    เราเลือกลงป้าย taisyoike เพื่อแวะชมวิวที่ Taisho-ike Pond ก่อน แล้วค่อยเดินไปเรื่อยๆ จนถึง Kappa bridge ซึ่งเป็นจุดจอดรถบัสป้าย Kamikochi นั่นเอง เส้นทางนี้ระยะทางประมาณ 3-4 กม. แต่เราเดินเรื่อยๆ บรรยากาศพาไปสามสี่ชั่วโมง 🙂

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03255
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03293
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03304
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03305
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03328
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03415
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03480

คามิโคจิ เหมาะสมกับคนที่รักการเดินชมนกชมไม้ เพราะเป็นเส้นทางเดินธรรมชาติ ถ้าชอบใบไม้เปลี่ยนสีเป็นหลักแนะนำช่วงกลางเดือนตุลาคมเราเดินต่อไปเรื่อยๆจนถึง Myojin pond สำหรับคนที่ไม่อินกับการเดิน และไม่อินกับการป่าเขาไม่แนะนำให้ไป เนื่องจากไกลประมาณ 3.5 กม. และต้องเดินกลับมาขึ้นบัสอีก 3.5 กม. แต่เราเดินเล่นถ่ายภาพเรื่อยเปื่อยแปปเดียวถึง จนที่สุดก็มาถึงร้านอาหารกลางป่าที่ไปถึงตอนบ่าย เลยเหลือแต่โซบะที่มีแต่เส้นกับซุปแทน

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03436
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03423
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03443

คามิโคจิช่วงนี้ เป็นช่วงสุดท้ายก่อนปิดฤดูหนาว ดังนั้นใครอยากไปคามิโคจิแบบในภาพควรเดินทาง ตั้งแต่ 1- 16 พฤศจิกายนนะคะ ช่วงหน้าหนาวจะปิดบริการยาวไปจนถึงเดือนเมษายนเลยค่ะ

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03482

เมื่อกินเสร็จก็เดินกลับมาที่ Kappa bridge อีกครั้งหลังจากนั้นเราก็นั่งรถบัสกลับไปเหมือนเส้นทางที่เรามา kamikochi – hirayu onsen – takayama

หลังจากมื้อเที่ยงมีแต่เส้นเปล่าๆ มื้อเย็นแน่นอนเรายังฝากความหวังไว้ที่เนื้อ ยังคงตราตรึงกับความละลายของเนื้อฮิดะ ร้านเด็ดวันนี้คือร้าน hida takayama kyoya ค่อนข้างไกลจากที่พัก แต่ความไกลไม่เป็นอุปสรรคในการกินของเรา สำหรับมื้อนี้ เราสั่ง set deluxe hida beef ในราคา 3,000 เยนมา โดยในเซ็ทจะมีเนื้อฮิดะสำหรับย่าง เนื้อฮิดะหมักซอสวางบนใบไม้ ข้าว ซุปมิโสะ และเครื่องเคียงต่างๆมาให้ ราคาและคุณภาพแบบนี้คุ้มมาก อยากให้เมืองไทยมีเนื้อแบบนี้ในราคาแบบนี้บ้างเน้อ

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03550
set deluxe hida beef

Day3 : Shirakawago หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ

การเดินทางไป Shirakawago  เริ่มต้นที่เดิมเลยค่ะ Takayama Bus Terminal เส้นทางนี้สามารถใช้พาส Shoryudo Pass ได้ แต่เส้นทางนี้เนืองจากเป็นเส้นทางยอดนิยมมากรถบัสจะเต็มเร็วมาก เพราะฉะนั้นแนะนำให้จองไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ เราเคยพลาดมาแล้วครั้งนึงไม่อยากให้พลาดกันค่ะ วิธีจองตั๋วให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ Nohi bus center ข้างๆสถานี takayama ใช้เวลาเดินทาง 50 นาที

หมู่บ้าน Shirakawa-Go เป็นหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ได้รับการยกย่องให้เป็นมกดกโลก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่สามารถมาเที่ยวได้ทุกฤดูกาล ซึ่งจะได้พบกับความสวยงามที่แตกต่างกันไปค่ะ ช่วงที่นิยมมากมากคือช่วงหน้าหนาว หิมะเคลือบหมู่บ้านให้ความรู้สึกเหมือนเป็นหมู่บ้านในเทพนิยายเลยค่ะ แถมช่วงนี้อากาศที่ชิราคาวาโกะเย็นสบายมาก เดินเล่นได้เพลินเพลินมากเลยค่ะ

ลักษณะโดดเด่นของบ้านที่นี่เป็นสามเหลี่ยม หรือเรียกกัว่าสไตล์ กัสโซ-สึคุริ คำว่า “กัสโซ” แปลว่า “พนมมือ” เนื่องจากหลังคาบ้านมีลักษณะคล้ายมือ 2 มือพนมเข้าหากัน มีความชันของหลังคา 60 องศา เพราะเวลาหิมะตกลงบนหลังคาบ้าน จะได้ไหลลงมาง่าย ๆ ถือเป็นภูมิปัญญาของคนญี่ปุ่นสมัยก่อน และสร้างความสวยงามน่ารักให้กับคนยุคพวกเรา

อีกหนึ่งไฮไลท์ของชิราคาวาโกะคือจุดชมวิวมุมสูงของหมู่บ้านสามารถนั่งรถบริการขึ้นไปหรือจะเดินขึ้นไปก็ได้ค่ะ ( รถ 200 JPY/เที่ยว)

ความสุขมักจะสั้นเวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ หมดเวลาจากที่นี่ต้องกลับ takayama และมุ่งตรงกลับไป Nagoya แล้วค่ะ ติดใจที่นี่มาก รอบหน้าจะต้องมานอนค้างคืนให้ได้

จากทาคายาม่า ใช้ Pass ใบเดิม ( อย่าลืมจองตั๋วล่วงหน้านะคะ) นั่งรถบัสมาลงที่ JR Nagoya เพื่อเข้าไปเก็บกระเป๋าที่ Hostel หลังจากที่จัดการตัวเอง เก็บของเรียบร้อย ก็เดินไปที่สถานี JR เพื่อไปขึ้น Subway (การเที่ยวใน Nagoya เราใช้ Subway เป็นหลัก ) เนื่องจากวันที่เราไปตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ จึงมีตั๋วพิเศษ เป็น one day subway pass ราคา 600 เยน ใช้ขึ้น subway ได้ไม่อั้น คุ้มสุดจ้า

สิ่งแรกที่เราทำเมื่อมาถึงนาโกย่าคือเรื่องกินนี่แหละ มุ่งหน้าไปย่าน Sakae เพื่อไปร้าน Isomaru Suisan มันปูย่างที่รัก เป็นร้านที่เรากินทุกครั้งที่มาญี่ปุ่น (  Isomaru Suisan รีวิว มันปูย่าง )

การเดินทาง ให้นั่ง subway มาลงที่สถานี Sakae


Day 4 Nagoya City Tours

หลังจากตื่นเช้ามาหลายวัน วันนี้เราตื่นสายหน่อย นั่งรถเล่นเดินรอบเมิง และแน่นอนต้องไม่พลาดข้าวหน้าปลาไหลเมนูขึ้นชื่อของนาโกย่า

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03934.JPG

เนื่องจากช่วงที่เราไปปราสาทปิดปรับปรุงเลยใช้เวลาที่นี่ไม่นานนัก กิจกรรมต่อไปเลยกลายเป็นการไปต่อคิวรอกินข้าวหน้าปลาไหลที่ร้าน Horaiken นั่นเอง

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-2018_1104_10081700

ร้าน Horaiken มีทั้งหมด 3 สาขา เราเลือกทานที่สาขา  Matsuzakaya Nagoya South ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 10 ร้านอาหารอยู่ข้างบน ตอนเรามาถึงคือ 12.00 น. แต่ภาพที่เห็นหน้าร้าน Horaiken คือ แถววววววววววววววววววว ยาวมาก แล้วขดหลายรอบ แต่ไหนๆมาถึงแล้วก็รอจนกว่าจะได้กิน และบุญถึง เลยรอไม่นานมาก รีบสั่งอย่างไม่ลังเลใจ ข้าวหน้าปลาไหลในร้านนี้จะมี combo set อยู่ และมี 2 ราคา ซึ่งต่างกันที่ขนาด แน่นอนว่าเราเลือกไซส์ใหญ่สุดที่มี 3,550 JPY จากนั้นรอประมาณ 15 นาที

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-DSC03952

แค่เห็นอาหารมาเสริฟก็คุ้มค่าแก่การรอแล้ว กลิ่นหอมมากจริงๆ ยิ่งได้ลองทานคืออยากห่อกลับบ้านอีกสิบจาน กรอบนอก นุ่มใน ไร้ก้าง ไม่มีกลิ่นคาว กินกับข้าวร้อนๆ ฟินมากกกแม่

วิธีการกินข้าวหน้าปลาไหลของร้านนี้ จะมีวิธีการกิน 4 แบบ
Step 0 : แบ่งข้าวหน้าปลาไหลย่างออกเป็น 4 ส่วน
Step 1 : ทานปลาไหลเพียวๆกับข้าว เพราะรสชาติปลาไหลโอเคอยู่แล้ว เป็นการทานข้าวหน้าปลาไหลแบบปกติ
Step 2 : โรยต้นหอมซอย สาหร่าย และใส่วาซาบิลงไป จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน รสชาติจะเข้มข้นขึ้น ออกแนวเผ็ดร้อน
Step 3 : เทน้ำซุปลงไป มาแนวข้าวต้ม ส่วนตัวเราว่ามันดูแฉะไปหน่อย
Step 4 : ขั้นตอนสุดท้าย เลือกได้ตามใจชอบ เราชอบทานแบบที่ 1+2 คือ ทานปลาไหลกับข้าวเปล่าๆ สลับกับโรยผัก + ใส่วาซาบิลงไป อร่อย

ความพิเศษของข้าวหน้าปลาไหลในภูมิภาคนี้ คือการนำเนื้อปลาไหลไปย่างบนเตาถ่าน ให้ความร้อนสูงจนเนื้อค่อนข้างนุ่ม ไม่คาวและไม่มีก้างเลย ซอสที่ใช้ราดก็เข้ากับเนื้อปลาไหลเป็นอย่างดี คุ้มค่าการรอคอยมาก บอกเลยว่ามานาโกย่าต้องมากิน ส่วนเราชอบกินปลาไหลกับข้าวเปล่าธรรมดาปาดวาซาบินิดหน่อยค่ะ

เว็บไซต์ร้านhttp://www.houraiken.com/
เวลาเปิด-ปิด 11:00 – 22:00 (สั่งอาหารได้ถึง 21:00)

อิ่มท้องเสร็จก็ถึงเวลาแห่งการชอปปิ้ง ที่วัด Osu Kannon ซึ่งเป็นวัดที่คนนิยมมากันมากของเมือง Nagoya โดยรอบๆวัดก็จะมีถนนช็อปปิ้งให้เลือกเดินซื้อของได้ด้วย (หลักๆของจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า เป็นหลัก คล้ายๆ ueno)

หลังจากที่ได้เวลาสมควรพระอาทิตย์เริ่มตกดินแล้ว เราก็เดินทางสู่ไฮไลท์ของวันนี้ แล้วนั่นก็คือ  Nobano no sata illumination ซึ่งเป็นอีก 1 ไฮไลท์ของการมาเที่ยวนาโกย่าก็ว่าได้ โดยจะมีช่วงเปิดให้ชมตั้งแต่ วันที่ 20 ตุลาคม  – วันที่ 6 พฤษภาคม  เวลา 9.00  – 21.00 เท่านั้น) สำหรับช่วงที่เรามาถือว่าเป็นช่วงพีคสุดๆ เพราะว่าอากาศเย็นกำลังดี และมีการจัดแสดงไฟ โรแมนติกสุดๆ

Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-20181103_190411
Nagoya-AirasiaTravels-ไปนาโกย่าไปกับแอร์เอเชีย-Japan-20181103_190611

 การเดินทางไป Nobano no sata

เดินทางโดยรถบัส ขึ้นรถที่ Meitetsu bus center (ที่เดียวกับที่เราไป Takayama) โดยเข้าไปซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ตั๋วเข้าชม ราคา 2,300 เยน ก็ถือว่าแพงอยู่ แต่เราจะได้คูปองส่วนลดสำหรับซื้ออาหารกับร้านค้าข้างใน มูลค่า 1,000 เยน ก็ถือว่าโอเคเลยค่ะ

วันเวลาผ่านไปเร็วมาก จบทริปญี่ปุ่นเบาเบาแบบไม่ทันรู้ตัว ใช้เงินเบาเบา ทริปนี้หมดเงินไปแค่ 15,000 กินดีนอนอิ่ม ( ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) ชอปปิ้งแน่นแน่น และเติมพลังกลับบ้านมาไดได้เต็มร่างกาย  ลองดูค่ะมีเวลาสั้นๆวันก็เที่ยวญี่ปุ่นได้ 🙂 กดจองตั๋วจากไทยแอร์เอเชีย์เอ็กซ์ www.airasia.com แล้วเจอกันที่ร้านเนื้อย่างสักร้านในญี่ปุ่นค่ะ

One thought on “Nagoya |นาโกย่า ทริปสั้นๆความสุขยาวยาว

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s